[Fic Naruto] Confront and Broken Relations (end)
posted on 20 Aug 2006 15:06 by deej in FictionsTitle: Confront and Broken Relations(เผชิญหน้า กับ สัมพันธ์ที่ถูกตัด)
Author: D จัง
Category: Horror หุหุไม่โรแมนติกแน่นอน
Pairing: Sasuke/Naruto
Rating: NC-17 ไม่ก็ 18
Spoilers: Boom No.27 นิดหน่อย
Disclaimer: ฟิคเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อสนองจิ้นส่วนตัว เนื้อเรื่องและตัวละครมาจากการ์ตูนเรื่องนินจาคาถาฯ อันเป็นสมบัติของจัมป์ และสำนักพิมพ์เนชั่นแล้วก็คนแต่งมะใช่ของข้าเจ้าแต่อย่างใด
Summary: การที่ต้องเผชิญหน้ากัน ความหวาดหวั่นย่อมเกิดขึ้น ช่วงเวลาที่ห่างหายไปทำให้ใครอีกคนเปลี่ยนแปลงไป จะทำอย่างไร..หากความสัมพันธ์แสนล้ำค่ากำลังจะถูกบดขยี้
Author notes:
พออ่านบูมเล่ม 27 แล้วเกิดอาการจิ้นอย่างรุนแรงค่ะ ตอนแรกก็แค่จิ้นในใจอ่ะนะ แต่พอทำไปทำมาเกิดอาการอยากแต่งฟิคได้ไงไม่รุ ผ่านไปตั้งอาทิตย์นึงถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าโรคจิ้นกำเริบจนอาการหนักหนาสาหัสมาก ต้องกลับไปร้านเช่าการ์ตูนอีกครั้ง..และเนื่องจากที่บ้านไม่มีเครื่องสแกนค่ะ ก็เลยพกกล้องไปถ่ายรูปมาประกอบฟิคซะเลย 55อายน้องที่อยู่ในร้านมากเลย แต่เพื่อฟิคแล้วแค่นี้ยอม(ด้าน)ค่ะ เนื้อเรื่องอาจผิดเพี้ยนจากเรื่องจริงไปบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินของเนื้อเรื่องนี้นะคะ เพราะงั้นอย่าไปคำนึงถึงเรื่องจริงที่อ่านจากบูมเป็นอันขาด และคำบางคำที่ใช้ได้อิงจากบูมค่ะ หากมันจะผิดจากหลักภาษาไปบ้างต้องขออภัยด้วยนะ เพื่ออรรถรสค่ะ^_^

เมื่อการเผชิญหน้าที่เฝ้ารอคอยมานานกว่าสองปีครึ่งมาถึง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมิใช่ความยินดี.. ณ สถานที่แห่งเดียวกันหากแต่อยู่คนละระดับของสายตาไม่น่าเชื่อว่าจะให้ความรู้สึกที่กดดันถึงเพียงนี้ บนเนินผาสูงปรากฏร่างของผู้ที่ห่างหาย.. สายตามคมเฉียบมองลงมาด้วยความหมางเมินและเย็นชาอย่างหาที่เปรียบมิได้ --สองปี สองปีแห่งการเฝ้าค้นหาติดตามด้วยความหวัง จนเมื่อพบเจอกัน..ไยต่างกันถึงเพียงนี้ ต่างจากแต่ก่อนโดยสิ้นเชิง ใบหน้าขาวเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกยังคงจ้องมองผู้มาใหม่ทั้งสี่คนโดยปราศจากคำพูด
"ซา..สึเกะ" เสียงครวญเพรียกชื่อผู้ที่อยู่ในห้วงคำนึงเสมอมาอย่างเผลอไผล
"นารุโตะ.. นี่นายก็มาด้วยรึ"
"ชั้นมาพานายกลับ ..กลับไปหมู่บ้านด้วยกันเถอะนะ" แม้ผู้พูดจะพูดไปเช่นนั้น ทว่า..ไม่มีความมั่นใจในคำพูดของตัวเองเสียเลย
"กลับไปซะ ตอนนี้นายสู้ชั้นไม่ได้หรอก" คำตัดรอนเย็นชาเฉกเดียวกับใบหน้าเรียบนิ่งนั้นยังความปวดใจมาสู่บุคคลที่อยู่เบื้องล่างถึงสองคน หนึ่งคือเด็กสาวที่มอบรักให้สุดหัวใจ กับอีกหนึ่ง..อดีตเพื่อนที่ห่วงหาสุดจะทน..ดวงตาสีทองฉายแววปวดร้าววูบหนึ่งก่อนจางหายไปราวไม่เคยเกิดขึ้น
"ชั้นตัดความผูกพันที่พวกนายว่าไปหมดแล้ว"

"ทำไมตอนนั้นนายไม่ฆ่าชั้นซะ?!! แล้วยังคิดจะตัดความผูกพันที่ว่าอีกรึ ซาสึเกะ!!" ความไม่แน่ใจพร่างพรูออกมาพร้อมคำพูดที่กักเก็บมานาน
"เหตุผลมันก็ง่ายๆ ใช่ว่าชั้นจะตัดความผูกพันกับนายไม่ได้...เพียงแต่..มันก็แค่ความลังเล..." เจ้าของเนตรวงแหวนยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิมราวเรื่องที่เอ่ยนั้นไม่ใช่เรื่องของตนเองแม้แต่น้อย

พลันร่างที่ยืนตระหง่านบนเนินผาหายวับ เพียงกะพริบตาครั้งเดียว..ซาสึเกะก็มาประชิดตัวนารุโตะเสียแล้ว ลำแขนที่พาดผ่านบ่าของอีกฝ่ายขณะที่ตัวเองกำลังยืนสบายๆ หากอีกร่างเกร็งแข็ง...ตกตะลึงในความรวดเร็วอันเหลือเชื่อนั้น ดูราวกับตอกย้ำ.. ย้ำให้ชัดถึงความแตกต่างของพลัง
รวดเร็ว!! ทุกคนประจักษ์แล้ว เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวหากจะปะทะกันในตอนนี้

"นายฝันอยากเป็นโฮคาเงะไม่ใช่รึ ว่างนักรึไง..ถึงได้มาไล่ตามชั้นอยู่แบบนี้ ไปฝึกวิชาไม่ดีกว่ารึ หือ..นารุโตะ"
"ไม่งั้นคราวนี้.. นายจะตายเพราะความลังเลของชั้นก็ได้นะ"

"ถ้าแค่เพื่อนคนเดียวยังช่วยไม่ได้ แล้วจะเอาหน้าที่ไหนไปเป็นโฮคาเงะ" ดวงตาสีทองส่องประกายกล้าอย่างมุ่งมั่น เพื่อน..คนแรกที่ยอมรับในตัวเขา จะไม่ปล่อยไปเป็นอันขาด..ไม่มีวัน "ใช่มั๊ยล่ะ.. ซาสึเกะ"
มุมปากผู้เป็นเจ้าของเนตรวงแหวนกระตุกบางจนไม่มีใครสังเกตเห็น ใบหน้าขาวผินไปมองอีกฝ่ายอย่างเต็มตา
ในระยะชิดใกล้ นารุโตะสบกับนัยน์ตาสีดำอันลึกล้ำไร้ก้นบึ้งนั้นแน่วนิ่ง
พลันเหมือนถูงดูดดึงด้วยอำนาจบางอย่าง นัยน์ตาของเด็กหนุ่มเริ่มพร่ามัวแล้วมืดดับ..ทิวทัศน์รอบด้านเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปลง
จ๋อม!
เสียงน้ำหยดก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัน รอบด้านมืดสนิท พื้นดินที่เคยแห้งสนิทบัดนี้กลับกลายเป็นพื้นเรียบเจิ่งนองไปด้วยน้ำ สิ่งที่สะท้อนให้ดวงตาสีทองได้เห็นคือร่างกายตัวเองเท่านั้น กลิ่นคาวแปลกๆคละคลุ้งแทบอาเจียน.. ขาเพรียวเริ่มก้าวเดินอย่างงุนงงนึกแปลกใจกับสภาพที่เกิดขึ้น..มือทั้งสองข้างควานออกไปเบื้องหน้าไร้จุดหมาย
"บ้าเอ๊ย! ที่ไหนกันวะ... ซากุระจัง!! ซาอิ!! อยู่ไหนกันน่ะได้ยินชั้นมั้ย?!!"
"ซากุระจัง!?!"
"ซาอิ!?!"
"หัวหน้ายามาโตะ!?!"
เสียงตะโกนดูจะก้องสะท้อนไปมาราวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม แม้จะตะโกนออกไปดังแค่ไหนก็ไม่มีแม้เสียงขยับตัวตอบกลับมา
"ซ..ซา สึเกะ" เสียงเพรียกนามผู้ที่ไม่ควรเอ่ยในยามนี้ดังแผ่ว เด็กหนุ่มคิดว่าก็คงไม่มีเสียงตอบกลับมาเหมือนในคราแรกน่ะแหละ
ทว่า...
"ยอมเรียกหาชั้นแล้วเหรอ" เจ้าของนามกระซิบอยู่ริมหูอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว นารุโตะดีดตัวหนีด้วยสัญชาติญาณ มือทั้งสองข้างประสานอินอยู่เบื้องหน้าเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ น่าสังสัยว่าในความมืดมิดนั้น ตัวซาสึเกะอยู่ไหนตั้งแต่แรก และถึงแม้จะมืดสนิทเพียงใด..ตัวเขากับร่างตรงหน้ากลับกระจ่างชัดส่องสว่าง
"ที่นี่ที่ไหน คนอื่นๆล่ะ"
"ที่นี่มีนายกับชั้นแค่สองคน ถ้านายไม่ชนะชั้น ..ก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้"
ขาดคำท้าทายเรียบๆนั้นนารุโตะก็ลงมือทันที "คาถาแยกเงาพันร่าง!!"
หาก...ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เด็กหนุ่มตะลึงค้าง..คาถาของเขาไม่ได้ผล!! ทั้งๆที่เขาก็รู้สึกถึงจักระในร่างตัวเองเนี่ยนะ!! เกิดอะไรขึ้นกัน?? นารุโตะประสานอินอีกหลายครั้ง ก็ยังคงเหมือนเดิม ทุกคาถาล้วนไร้ผล
ขณะร่างสถิตของจิ้งจอกเก้าหางกำลังง่วนอยู่กับการเปลี่ยนประสานอินไปเรื่อยๆ ซาสึเกะกลับก้าวเข้าหาอย่างเยือกเย็นและเงียบเชียบ และไม่ทันรู้ตัวมือที่ประสานอินอยู่นั้นถูกรวบแล้วจับกระชากแยกจากกันทันที
นารุโตะเกร็งแขนต่อต้านแรงมหาศาลนั้นสุดกำลัง เรียวแขนสั่นระลิก..ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แขนเขาก็ยิ่งอ่อนล้าหมดแรง เด็กหนุ่มตัดสินใจตวัดขาขึ้นเตะ ทว่า..เท้าของอีกฝ่ายก็ถูกยกขึ้นมาสกัดได้อย่างแม่นยำพร้อมทั้งเตะตัดไปที่ข้อพับของอีกฝ่ายจนนารุโตะล้มหงายหลัง
ยิ่งสัมผัสใกล้พื้นมากเท่าไหร่กลิ่นคาวชวนอ้วกก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น นารุโตะยกมือที่สัมผัสถูกของเหลวข้นบนพื้นขึ้นดู นัยน์ตาสีทองเบิกกว้างก่อนหันไปจ้องร่างที่ยืนค้ำตระหง่านเหนือร่างอย่างไม่อยากเชื่อ
ในที่สุดก็รู้ว่ากลิ่นไม่พึงปรารถนาคือกลิ่นของ...เลือด!! เลือดจำนวนมากเจิ่งนองไปทั่ว กี่ชีวิตกันที่ต้องหลั่งเลือดมากมายขนาดนี้
"สีแดง...สวยไหมล่ะ นารุโตะ" เพียงลมหายใจสะดุด..ซาสึเกะก็คร่อมร่างผู้ที่ล้มอยู่ก่อนแล้ว ..ใบหน้าเย็นชาห่างเพียงคืบยักยิ้มเล็กน้อย ยิ้ม..ที่ไปไม่ถึงดวงตา
ขณะจ้องสบนัยน์ตาสีดำไร้ก้นบึ้งอยู่นั้น ร่างเบื้องล่างพลันรู้สึกเหมือนขยับตัวไม่ได้ ค้างนิ่งอยู่ท่าไหนท่านั้น
ฝ่ามือเรียวขาว..เปื้อนเลือด ยกขึ้นไล้ริมฝีปากสั่นระริก..จนย้อมกลายเป็นสีแดง ของเหลวผ่านล่วงเข้ามาสัมผัสกับปลายลิ้น..รสชาติแปร่งปร่าน่าคลื่นไส้ ซาสึเกะดันแผ่นอกอีกฝ่ายลงติดพื้นก่อนใบหน้าขาวจะค่อยเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยและบดขยี้ริมฝีปากนั้นราวหิวกระหาย...
"อึ๊!!" เสียงครางอย่างตกใจดังแผ่วอยู่ในลำคอ นารุโตะอยากเบือนหน้าหนี..หากทำไม่ได้ ร่างเขา..ควบคุมไม่ได้
"ชั้นต้องทำยังไง นายถึงจะไปให้พ้นๆซะที ฮึ?"
ซาสึเกะหยิบมีดสั้นของนารุโตะออกมา ก่อนตวัดมืออย่างรวดเร็ว..เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น เศษผ้าที่ครั้งหนึ่งเป็นอาภรณ์ห่อหุ้มกายก็กระจัดกระจายออกไป เรือนร่างสีน้ำผึ้งเผยให้เห็นเบื้องหน้าทันที
ร่างสูงไล้ฝ่ามือแดงฉานไปตามผิวเนื้อเรียบลื่นมือ.. --ร่างกายที่ไม่เคยปรากฏร่องรอยบาดแผลใดใด-- ทิ้งรอยเลือดเป็นทาง "สวยจริงๆ.. รู้ไหม..ตอนนี้เส้นทางของพวกเราตัดขาดจากกันแล้ว นายจะยังไล่ตามชั้นอีกทำไม..รู้บ้างไหมว่ามือคู่นี้เคยเกือบฆ่านายมาแล้วนะ" ยิ่งพินิจเรือนร่างสีน้ำผึ้งสว่างตัดกับสีแดงอย่างงดงาม..ก็ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกดำมืดให้ขยายวงกว้างออกไปไม่รู้จบ
"หึ ทำตาขวางเชียวนะ ..แล้วนายจะได้รู้ ว่าชั้นเปลี่ยนไปมากแค่ไหน"
ไม่ใช่แค่พลังที่เปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่แค่ร่างกายที่เปลี่ยนแปลง
หาก...หัวใจดวงเดิมเปลี่ยนไปแล้ว ตลอดกาล...
...ทั้งที่อากาศในนั้นเย็นจนชื้น ทว่า..ความกดดันที่ส่งผ่านมากับสายตาเย็นเยียบกลับทำให้เหงื่อกาฬไหลซึม
"นายทำบ้าอะไร เอามือออกไปนะ!!" ร่างเปลือยเปล่าตวาดเสียงเขียวทันทีที่มือบนหน้าท้องเคลื่อนคล้อยลงต่ำ พลันร่างไร้อิสระสะดุ้งเฮือก มืออันแสนเย็นเฉียบกอบกุมศูนย์รวมของร่างกายก่อนเลื่อนไล้แผ่วเบาเรียกอาการขนลุกชันจากร่างข้างใต้
"อะ.. งือ.. เอา..ออกไปนะ" ดวงตาสีทองแรกเมื่อสบกับเนตรวงแหวนยังกร้าวแกร่ง มาบัดนี้กลับดูเลื่อนลอยไร้การควบคุม อุณหภูมิในร่างเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆต่างจากมือที่สัมผัสแก่นกายอย่างเร่งเร้านั้นโดยสิ้นเชิง
ซาสึเกะยังคงจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวจากอารมณ์ด้วยความหยามหยัน ก่อนก้มลงมอบจุมพิตอุกอาจ..ลิ้นนุ่มเปรียบประดุจงูร้าย ควานลึก กว้านล้วง ไล่ต้อนรวดเร็วจนอีกฝ่ายจนมุม..ในที่สุดนารุโตะก็ต้องตอบสนองตามอารมณ์ที่โหมกระพือหนักขึ้นทุกที
เด็กหนุ่มผวาสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อจุมพิตดุเดือดยาวนานผละออก...อากาศในปอดเหมือนถูกสูบออกไปเกือบหมด อุณหภูมิในร่างเหมือนพุ่งไปรวมกันที่ใบหน้า ดวงตาสีทองปรือปรอยฉ่ำหวาน
"บ้าเอ๊ย.. ฮึ้ย!!" นารุโตะพยายามขยับแขนเพื่อหวังเหวี่ยงหมัดเข้าใบหน้าขาวที่ลอยอยู่เบื้องหน้า..นัยน์ตาคู่นั้นหยามหยันจนทนไม่ได้ แต่...แค่จะขยับนิ้วยังทำไม่ได้เลย
"คิดจะทำอะไร หือ...นารุโตะ จะชนะชั้นงั้นเหรอ แค่กระดิกนิ้วนายยังทำไม่ได้ สำนึกไว้เถอะนายมันอ่อนแอ" ฝ่ามือเย็นเฉียบเริ่มรูดรั้งแผ่วเบาอีกครั้งก่อนจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ซาสึเกะมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของอดีตเพื่อนอย่างนึกขัน ...มีอารมณ์ถึงขนาดนั้นแต่นารุโตะกลับพยายามกลั้นเสียงครางอย่างสุดกำลัง เด็กหนุ่มกัดฟันแน่นสะกดเสียงอันไม่พึงประสงค์เต็มที่ ทว่า...
"อ.. อือออ" เมื่อถึงที่สุดของฟากฝั่งอารมณ์ ปากที่เคยปิดสนิทกลับเผยอครางเครือและหอบเหนื่อยรุนแรง น้ำรักขุ่นขาวทะลักออกมาเต็มมือปนเปื้อนกับสีแดงของเลือด
นารุโตะได้แต่นึกสังเวชตัวเองในใจ นี่เขาอ่อนแอ..โดนเหยีบย่ำได้เพียงนี้เชียวหรือ.. ต่อต้านอะไรไม่ได้เลย ไม่ได้แม้แต่น้อย...
"เฮือก?!!"
ซาสึเกะแยกเรียวขาอ่อนแรงออกกว้างก่อนส่งนิ้วเรียวสวยที่ปรนเปรอพิษพิศวาสให้เมื่อครู่จมดิ่งสู่ช่องทางเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
"ฮะ!! อ...เอาออกไป ซา..สึเกะ เอาออกไป..."
สิ่งแปลกปลอมเริ่มขยับเขยื้อนเพียงครู่แล้วถอนออกมา ซาสึเกะมองผลงานตัวเองอย่างสะใจ ร่างสีน้ำผึ้งบัดนี้แดงเรื่อไปทั้งร่าง..จากทั้งอุณหภูมิที่พุ่งสูง..และจากเลือดแดงฉานเจิ่งนองทั่วพื้น เด็กหนุ่มพลิกกายอ่อนระทวยคว่ำหน้าก่อนปลดอาภรณ์ตัวเองอย่างใจเย็น ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไรทั้งสิ้น...ไม่มีใครหนีออกไปจากที่นี่ได้ถ้าเขาไม่ต้องการ ตอนนี้นารุโตะก็เป็นแค่ของเล่นที่เขาจะทำยังไงก็ได้
ใช่..ยังไงก็ได้ตามใจปรารถนาเลย
ลำแขนแกร่งสอดรอบเอวคอดก่อนยกให้สะโพกตั้งสูงขึ้น... น้ำสีแดงบนพื้นทะลักเข้าปากเข้าจมูกจนนารุโตะสำลัก...แต่อีกคนกลับมองด้วยความขบขันเต็มประดา
จะด้วยความสงสารหรือสมเพช หรือแม้แต่อยากสนุกให้มากขึ้นก็ตามแต่ เพียงปลายนิ้วสัมผัสท้ายทอยก็ทำให้เรี่ยวแรงของอีกฝ่ายกลับมานิดหน่อย..ได้ตามความคิดของตัวเอง!!
เมื่อนารุโตะรับรู้ถึงกำลังกายที่กลับคืน..บ้าง เขารีบหยัดกายให้พ้นภาวะน้ำท่วมปากจมูกทันที "แค่กๆๆ" ทั้งพยายามดึงกายให้พ้นจากการเกาะกุมที่เหนียวแน่น.. หาก..เพียงคลานหนีออกมาได้แค่ครึ่งช่วงแขน ลำแขนแกร่งกลับกระตุกเอวบางกลับมารวดเร็ว
สัมผัสจากบางสิ่งร้อนเร่าจ่ออยู่ช่องทางเบื้องหลัง บางสิ่ง..ที่ใหญ่กว่านิ้วเรียวยาวซึ่งเคยบุกรุกมาแล้วครั้งหนึ่ง นัยน์ตาสีทองเบิกโพลงเมื่อสิ่งนั้นบดเบียดเข้ามาเรื่อยๆ..ก่อนผลักดันเข้าสู่ร่างเบื้องหน้าในรวดเดียว
"อ...." นารุโตะกรีดร้องไร้เสียงอย่างเจ็บปวด..ใบหน้าสะบัดแหงนเงยส่งผ่านความเจ็บปวดออกมาไม่ปิดบัง.. เขาไม่เคยหวั่นกับภาระกิจใดทั้งสิ้น เขา..ผู้ไม่เคยหวั่นต่อความเจ็บปวดใดใด บัดนี้..ร่ำร้องเงียบๆอย่างน่าสงสาร เจ็บร้าวเหมือนร่างถูกฉีกทึ้งด้วยมือของอสูรกาย ความหวาดหวั่นเต้นระริกอยู่ทุกรูขุมขน
"มันยังไม่จบแค่นี้หรอก นายคงไม่คิดว่าชั้นจะหยุดอยู่แค่นี้นะ"
"อย่า..."
"หึหึ ไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงแบบนี้จากปากนาย ขอดูหน่อยเถอะ ว่าเสียงของนายจะทำให้ชั้นพอใจได้แค่ไหนกัน"
"ไอ้บ้าเอ๊ยยย เก่งจริงมาสู้กันสิวะ อั่ก!!" ร่างเบื้องหลังกระแทกกายรุนแรงเข้าไปหนึ่งครั้งจนทำให้คนปากดีจุกจนพูดไม่ออก
"ปากเก่งจริงนะ แค่จะทำให้หลุดจากสภาพนี้ยังไม่มีปัญญา ริจะท้าดวลกับชั้นเหรอ..ยังเร็วเกินไป"
ร่างค้างนิ่งเบื้องหลังเริ่มขยับกาย ความฝืดเฝือนกับสิ่งที่เสียดสีกับช่องทางคับแน่นนั้นเรียกความเจ็บปวดมาสู่ผู้ถูกกระทำอย่างไร้ปรานี แม้จะเจ็บแทบตาย..หากเด็กหนุ่มกัดฟันแน่น ศักดิ์ศรีที่พอมีตอนนี้คือต่อต้าน ไม่ยอมแพ้ให้สิ่งที่อีกคนอยากได้ได้สมปรารถนา
อยากได้ยินเสียงชั้นเรอะ..ไม่มีทางซะละ แค่นี้เท่านั้น ขอแค่ศักดิ์ศรีเล็กๆที่ยังพอเหลืออยู่นี่เท่านั้น เขาจะปกป้องมันจนวินาทีสุดท้าย
แรงกระแทกกระทั้นโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บปวดก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ยิ่งการสอดแทรกดำเนินไปนานเท่าไหร่..นารุโตะก็ยิ่งทรมานมากขึ้นเท่านั้น รุนแรง..จนช่องทางบอบบางฉีกขาด หยาดเลือดไหลเรื่อยลงมาตามเรียวขาสีน้ำผึ้ง แล้วสักพักบางสิ่งอุ่นร้อนก็ทะลักตามออกมา
"อืมม..." เสียงครางต่ำลึกดังค่อยอยู่เบื้องหลัง หลังปลดปล่อยอารมณ์ดิบเป็นรอบแรก "หึหึ นับว่านายยังเก่งนะ ไม่ร้องสักแอะ" ซาสึเกะผลักร่างเบื้องหน้าออกไปจนใบหน้าของร่างนั้นไถครูดไปกับพื้น..ร่าง..ไถลไปไกลจากจุดเดิม ลำแขนอ่อนแรงนั้นไม่ช่วยให้แรงกระแทกลดลงเลย
"แค่กๆ" เขาสำลักเลือดเจิ่งนองนั่นอีกครั้งแล้ว กลิ่นคาวนี้ทำอย่างไรก็ไม่ยอมชินกับมันแม้แต่น้อย แม้จะใช้มือยันกายให้หยัดลุก ทว่า..เรียวขากลับสั่นระริกจากความเจ็บปวดจนทำให้ยืนไม่ขึ้นสักที
สำนึกตอนนี้มีเพียงคำว่า ต้องหนี ต้องหนีไปให้พ้นจากที่นี่ หนีให้พ้นจากสภาพนี้ในตอนที่มีโอกาส "ปัดโธ่เว้ย!! ลุกสิวะ เดินสิ!!" เสียงสบถดังเบา แค่เสียงที่พูดอยู่ตอนนี้ก็แหบแห้งไร้เรี่ยวแรง..อย่าว่าแต่เดินเลย แค่จะลุกยืนก็แย่แล้ว
การดิ้นรนของคนที่ตนทำให้ไร้ทางต่อสู้ยังความหฤหรรษ์มาสู่เจ้าของเนตรวงแหวน เรียวปากบางแสยะยิ้มเหี้ยมก่อนย่างเข้าหาคนที่กำลังดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด...แต่ยังไงก็ไปไม่รอด เด็กหนุ่มเดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าร่างที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นและก้มลงมองอย่างหยามหยันก่อนทรุดกายลงนั่งให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน
"ไง..จะไปไหนล่ะ ยังสนุกไม่พอเลย" ด้วยความรวดเร็วมือแกร่งสอดขยุ้มเรือนผมสีทองที่ท้ายทอยก่อนดึงรั้งให้ร่างนั้นลุกยืน สองเท้าก้าวเดิน..พาให้อีกร่างถอยหลังอย่างไม่มีหลัก หากแล้วจู่ๆ แผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสวัตถุขรุขระและเย็นเยียบ
ก้อนหิน!?!
ก้อนหินมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน??
ทว่าความสังสัยทั้งมวลต้องหยุดชะงัก เมื่อร่างสูงกว่ารั้งกลุ่มผมที่ท้ายทอยอีกครั้งพาให้ใบหน้าแหงนเงยขึ้น
"ดูนายจะแปลกใจนะ น่าจะรู้ได้แล้วนี่ว่าที่นี่ชั้นควบคุม ก็บอกแล้วว่าถ้าไม่ชนะ.. นายก็ไปจากที่นี่ไม่ได้"
นารุโตะเม้มริมฝีปากแน่น สมองตื้อตัน..ไม่ว่าจะคิดหาทางรอดยังไงก็คิดไม่ออก โดยเฉพาะเรื่องกำลังของร่างกายของเขานี่ละที่เป็นปัญหาใหญ่ จะทำอะไรได้ถ้ายังไร้เรี่ยวแรงอยู่อย่างนี้ อย่าว่าแต่ตอนนี้เลย.. ขนาดเวลาปกติเขาเองยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะสู้ซาสึเกะได้
เด็กหนุ่มเกร็งเยือกเมื่อเรียวปากได้รูปประทับแนบแน่นลงมา..บดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหิวกระหาย ไม่ว่าจะเปลี่ยนมุมแค่ไหนก็ดูจะไม่เพียงพอ ร่างกายอุ่นร้อนบดเบียดร่างบางเข้ามาเรื่อยๆจนแผ่นหลังกดทับกับหินก้อนใหญ่เบื้องหลัง มือเรียวบดขยี้แผ่นอกนวลมือก่อนกดเน้นย้ำลงไปจนอีกฝ่ายครางฮือ ...เรียวลิ้นแทรกผ่านกำแพงแนวฟันเข้ามากวาดไปทั่วโพรงปาก สัมผัสกับลิ้นที่พยายามหดหนีสุดกำลัง
ทว่า..เมื่อยิ่งถูกดึงดันเท่าไหร่ลิ้นที่หดหนีก็ยิ่งเริ่มตอบรับมากขึ้น
..มากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่ง...พัวพันนัวเนียอย่างขาดสติ มัวเมาอยู่กับรสจุมพิตเร่าร้อน เกือบ..ลืมเลือนไปว่า ความตั้งใจแท้จริงคือหนีจากสถานการณ์เหล่านี้ มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเรียวขาถูกลำแขนแกร่งสอดเข้าไปใต้ขาพับก่อนยกขึ้นสูง
"อื้อ อื้อ อ.." และเหมือนจะรู้ชะตากรรมว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อนับจากนี้ นารุโตะพยายามร้องประท้วงและเบี่ยงใบหน้าหนี ซึ่งก็ดังอยู่แค่ในลำคอแถมยังไม่สามารถหลุดพ้นจากริมฝีปากดุเดือดที่กำลังปล้นชิงอิสรภาพของเขาในขณะนี้ด้วย ฝ่ามืออ่อนแรงที่เคยจับยึดลำแขนแกร่งบัดนี้ทั้งป่ายปัดทั้งผลักไสร่างเบื้องหน้าออกไป...แม้จะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ก็ยังดิ้นรนไม่ลดละ
สุดท้ายก็อย่างที่คิด สิ่งที่รุ่มร้อนของซาสึเกะแทรกเข้ามาจนร่างรองรับนั้นสะดุ้งเยือก ความเจ็บแล่นปราดสู่ช่องทางเบื้องหลัง เลือด..ที่คิดว่าหยุดไหลไปแล้ว ซึมเรื่อยสู่เรียวขาสีน้ำผึ้งอีกครั้ง
เหมือน..น้ำตาที่คิดว่าน่าจะเหือดแห้ง กลับไหลรินในหัวใจดวงนี้...ครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อใดกัน ที่มันจะจบลงสักที ?..
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้... ?
..คำว่าเพื่อน ไร้ความหมายสำหรับนายสินะ ซาสึเกะ... ทุกคำถามล้วนยังไร้ซึ่งคำตอบ
เมื่อเรียวปากถูกถอนออกไป นารุโตะสูดอากาศเข้าปอดเหมือนกำลังจะขาดใจถ้าจูบดุเดือดแบบนั้นยังดำเนินต่อไปอีกสักนิด
"อย่า..ทำ..แบบนี้อีกเลย..." น้ำเสียงแผ่วโหยนั้นดูน่าสงสาร แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่เป็นผู้ควบคุมเกมในครั้งนี้ ..ถือว่าความอ่อนแอของอีกฝ่ายที่ปรากฏชัดเหมือนเป็นการได้แต้มเพิ่มขึ้น ยัง...แค่นี้เขายังไม่ชนะหรอก มันต้องยิ่งกว่านี้ นัยน์ตาสีนิฬวาววับดั่งผู้ชนะ
".........."
ร่างแกร่งเริ่มเคลื่อนกาย เหมือนคำอ้อนวอนเป็นตัวจุดชนวน...
แรงกระทั้นครั้งแล้วครั้งเล่าพาให้แผ่นหลังเปลือยเปล่ากระแทกเข้ากับโขดหินเบื้องหลังอย่างรุนแรง รอยครูดทั้งหลายพากันปรากฏและเพิ่มพูนความเจ็บปวดให้เด็กหนุ่ม หาก...ร่างบางกัดฟันแน่น อดทน ต่อความเจ็บปวดทั้งปวง เพื่อ...เพื่ออะไรกันล่ะ?? จะทนไปอีกทำไมนะ ไม่เห็นมีเหตุผลเลย
ไม่หรอก..ไม่ใช่ไม่มีเหตุเสียทีเดียว คงเป็นทิฐิมากกว่า ทิฐิกับศักดิ์ศรี..ที่ถูกเหยียบย่ำ
"จะทนอยู่ทำไม..ร้องออกมาสิ" ซาสึเกะหยุดนิ่ง จ้องมองใบหน้าเหยเกสมใจ ฝ่ามือเรียวเลื้อยไปเบื้องหลัง...ก่อนจิกนิ้วกดซ้ำไปที่บาดแผลอาบเลือด!!
"อ๊ากกกกกกก..... แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก" เด็กหนุ่มระบายลมหายใจหนักเพื่อลดทอนความเจ็บปวดนั้น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยช่วยอะไรได้มากนัก บาดแผลสดๆยังคงเจ็บปวดอย่างไม่ลดละ แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด การเคลื่อนกายท่ามกลางความเรียบลื่นจากสิ่งที่ปลดปล่อยไว้ทีแรกกำลังสร้างอารมณ์แปลกปลอมให้เกิดขึ้นกับร่างกาย จิตใจ และสมองของเขา ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นกำลังพราก ฉุดกระชากสติที่มีอยู่ให้หลุดลอยออกไปทุกที ในหัวเริ่มเลื่อนลอยเหมือนเมฆหมอกบดบังความนึกคิด ร่างกายของเขากำลังเรียกร้องสัมผัสด้วยการบดเบียดเข้าหาและตอบสนองต่อการเคลื่อนกายเบื้องหน้าอย่างไม่รู้สึกตัว ลำแขนอ่อนแรงเคลื่อนคล้องรอบลำคอแกร่ง
อารมณ์ใคร่และความหวามไหวกำลังมีชัยเหนือความเจ็บปวดทั้งปวง
เมื่อซาสึเกะรับรู้ว่ามีเรียวแขนโอบรอบลำคอของเขาจึงได้หันมาสังเกต สีหน้าที่ไร้การควบคุมกับนัยน์ตาปรือปรอยเชื่อมหวานยิ่งปลุกปั่นความรุนแรงในจิตใจ ถ่ายทอดผ่านสู่แรงกระทั้นที่เพิ่มสูงและเร่งเร้าอันหาใช่เพียงผิวเผิน หากเน้นย้ำในทุกจังหวะการเคลื่อนไหว..ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ตอกย้ำถึงชัยชนะในกำมือ
ฝ่ามือเรียวเย็นเฉียบกอบคุมความแข็งขึงที่เรียกร้องการแตะต้อง ขยับไหวพาขีดอารมณ์ร่างสีน้ำผึ้งพุ่งสูง อุณหภูมิของสองร่างร้อนรุ่มดุจเปลวเพลิง ไฟราคะโหมกระพือให้มันร้อนผิดกับอุณหภูมิภายนอกร่าง การขยับกายที่อ่อนไหวสลับรุนแรงชักนำไปสู่อีกฟากฝั่งของความปรารถนา นัยน์ตาสีทองพร่ามัวเบื้องหน้าคือสีขาวโพลนสว่างจ้า ในหูยังได้ยินเสียงกระซิบแห่งชัยชนะของร่างสูง
"บอกแล้วใช่ไหม นายไม่มีวันชนะชั้นหรอก.."
ร่างทั้งร่างสะดุ้งเยือก สัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือของหัวหน้ายามาโตะที่บ่าลาดบางปลุกสติที่หลุดลอยให้กลับเข้าที่เข้าทาง ร่างนั้นยังยืนนิ่งกับที่ ทว่า..สิ่งที่ผิดปกติคือ ใบหน้าเนียนแดงซ่าน ลมหายใจขาดห้วงหอบกระชั้น และ...นัยน์ตาเลื่อนลอยราวตกอยู่ในห้วงแห่งภวังค์ สิ่งที่ทุกคนได้เห็นมีเพียงเท่านี้ เป็นครู่กว่าหัวหน้ายามาโตะจะตัดสินใจสัมผัสบ่าบางที่สั่นเล็กน้อยนั่น ครู่เดียวที่ทุกคนรับรู้...กลับยาวนานราวไม่มีวันจบสิ้นของนารุโตะ มีแค่เขากับคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้เท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ
ใบหน้าแดงซ่านเบือนจากหัวหน้ายามาโตะไปสบเข้ากับเนตรวงแหวนอย่างอ่อนล้า เขารับรู้เต็มหัวใจแล้วว่า...ไม่ว่าจะพลังหรือจิตใจ เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูปโดยสิ้นเชิง
นัยน์ตาสีดำลึกล้ำนั้นมองกลับด้วยความเย็นชาแฝงแววเยาะหยันไม่ปิดบัง เรียวปากงดงามขยับไหว 'นายไม่มีวันตามชั้นทัน'
โอโรจิมารุพาซาสึเกะจากไปแล้ว ทว่า..ไม่ได้พาความเจ็บปวดในใจนี้ไปด้วย ทิ้งคั่งค้างตกตะกอนในหัวใจนารุโตะจนขุ่นมัว ทั้งซากุระ ทั้งซาอิและยามาโตะ เฝ้ามองเบื้องหลังเด็กหนุ่มอย่างสงสารจับใจ หญิงเพียงหนึ่งเดียวอย่างซากุระถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ใบหน้าเจ็บปวดที่ไร้ซึ่งน้ำตากัดฟันกรอด รสชาติแห่งความพ่ายแพ้และรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่ากัดกร่อนจิตใจจนย่อยยับ ความผิดหวังและเจ็บใจผลักดันให้น้ำตาทิ้งตัวลงมาเงียบๆ นารุโตะยกมือขึ้นมาปาดมันออกไปอย่างรวดเร็ว...แล้วครั้งนี้เขาก็ปล่อยให้เพื่อนคนสำคัญจากเขาไปอีกครั้ง ไม่ได้เรื่อง!! ใช่เขามันไม่ได้เรื่อง!!
เด็กหนุ่มสาบานกับตัวเอง เขาจะเก่งขึ้น เขาจะแกร่งขึ้น เขาจะไม่มีวันพลาดอีก..
กลับมาเถอะ..ซาสึเกะ
ความปรารถนาอันมุ่งมั่นลุกโชนอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยกแตะริมฝีปากอิ่ม..สัมผัสแผ่วจากจุมพิตก่อนรู้สึกตัวยังรู้สึกได้...ความอบอุ่นของมันสลักฝังแน่นอยู่ในหัวใจไม่มีวันจาง... ร่างกายนี้ทุกส่วนสัดล้วนเพรียกหาความคุ้นเคยในจิตใต้สำนึก
*************************
"คิดว่าตื่นนอนใหม่ๆจะทำให้อารมณ์เสียซะอีก.." โอโรจิมารุทักขึ้นเมื่อพบว่าร่างที่ตามติดมาเบื้องหลังเผยอยิ้มน้อยๆตลอดเวลา ซาสึเกะยังคงสงบปากสงบคำเหมือนเดิม ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวหรือเกรงใจ หาก..เรื่องแบบนี้ต้องเก็บเอาไว้คิดคนเดียวก็เท่านั้น
จบ
edit @ 2006/10/13 20:34:39

(อินจัด)
#1 By Kes ღ チャンミン大好き on 2006-08-20 15:41