Fiction : เพชรพระอุมา ตอน แงซายจอมจักรา

Title : คืนแสนกลของ....

Author : Dจัง

Category : Romance

Paring : แงซายxรพินทร์

Author Note : เรื่องนี้เขียนขึ้นด้วยแรงจิ้นอันมหาศาลจากการอ่านวันละเล่มสองเล่มในช่วงสอบปลายภาค แรงกระตุ้นมาจากพี่หนมชั้น..กระตุ้นต่อมอยากจนกระทั่งคลอดฟิคเรื่องนี้มาได้และขอบคุณพี่หนมชั้นด้วยที่ช่วยตรวจทานให้(อีกแล้ว)นะจ๊ะ

หลังจากการกรำศึกเพื่อนำบัลลังก์แห่งราชวงศ์เทพกลับคืนสู่อดีตแงซาย หรือจักราช--รัชทายาทองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เทพแล้ว ทุกคนในฝ่ายคณะที่มาตามหาคนสูญหายจนถึงดินแดนลับแลแห่งนี้พากันเข้าที่พักที่ฝ่ายเจ้าถิ่นตระเตรียมไว้ให้อย่างสบายใจเป็นที่สุด โดยไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใดอีก

ที่พักหรูหราพร้อมพนักงานชาวที่คอยปรนนิบัติ ชำระล้างร่างกายแล้วก็พากันพักผ่อนตามอัธยาศัย ด้วยทั้งเหนื่อยล้ากันมาเป็นเวลานานเหลือเกินจึงหลับสนิทแทบจะในทันที...

รพินทร์ ไพรวัลย์ ขึ้นแท่นนอนโดยไม่มีการอาบน้ำ หรือสนใจกับการคอยปรนนิบัติของพนักงานใดๆ ทั้งสิ้น เขาขึ้นแท่นนอนทั้งท้อปเดินป่า และไรเฟิลที่วางอยู่ข้างตัว ระหว่างที่เคลิ้มๆ จะหลับนั้น ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้อง เสียงพูดซักถามเบาๆ ซึ่งจำได้ว่าเป็น 'แงซาย' ..พูดกับนางงามที่นั่งประจำอยู่ในห้องนั้น แล้วต่อมาก็มีเสียงเคลื่อนเข้ามาชิดเตียง

เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นเลย หันตะแคงตัวกอดไรเฟิลแทนหมอนข้างหรือแทนที่จะเป็นเนื้อนุ่มของสาวสวรรค์กำนัลในเหล่านั้น แล้วก็ได้ยินเสียงกระซิบที่ริมหู "สกปรกตามเคย ผู้กอง...จะนอนทั้งชุดนี้น่ะรึ?"

"แกอย่าเสือกมายุ่งกับฉันตอนนี้หน่อยเลยว่ะแงซาย ฉันง่วงและเพลียอย่างฉิบหายวายป่วงไปเลยวันนี้ ขอนอนให้เต็มอิ่มสักคืน"

"ผมจะไปฟ้องนายหญิงว่า ผู้กองขี้เกียจ และสกปรกที่สุด!"

"เออ เชิญขี่ม้าสามศอกไปบอก 'แม่' ของเอ็งเหอะวะ มากวนใจมากๆ ตอนนี้ ประเดี๋ยวสมเด็จพระเจ้าจักราธิราชก็จะทรงพระถูกถีบเสียเท่านั้น"

มีเสียงหัวเราะกึกๆ ในลำคอ

"ผู้หญิงพวกนี้ไม่สวยหรือยังไง ผู้กอง ถึงนอนกอดปืนแทนพวกนี้?"

"ไม่เห็นสวยสักคน ที่สวยไม่ยักส่งมาให้"

"นายหญิงของแงซายกระมัง?"

"ไม่ใช่"

"งั้นใครที่ผู้กองต้องการ"

"เมยานียังไงล่ะ"

"จริงหรือเปล่า? ผมจะส่งมาให้"

รพินทร์ลืมตาขึ้น จุ๊ปากเบาๆ มองเห็นร่างตระหง่านงามราวกับเทพบุตรนั้นยืนยิ้มละไมอยู่ข้างเตียง

"นี่นายจะมาตอแยอะไรฉันนะ ขอนอนหน่อยไม่ได้รึ?"

"ผมยังไม่ยอมให้ผู้กองนอนหรอก จะตอแยอยู่นี่แหละ ถ้าหากผู้กองไม่บอกความจริงอะไรกับผมก่อน"

"ความจริงห่าเหวอะไรอีกล่ะ?"

"ห่อผ้าสีชมพูที่ผู้กองส่งให้ผมโยนเข้าไปในกองไฟ อิทธิพลของมันทำให้วาชิกาถูกเผาไหม้เป็นขี้เถ้าในพริบตา ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่เผาอยู่นั้น ร่างของนางไม่ยอมไหม้เลย ผมอยากรู้ว่ามันเป็นห่ออะไร?"

"ไปถามบุญคำ!!"

"ผมต้องการรู้จากผู้กอง"

"เลือด เลือดประจำเดือนของผู้หญิง"

"เลือดประจำเดือนของผู้หญิง.."

"เออ!!"

"ขอบคุณครับ"

"มาขอบใจฉันเรื่องอะไร?"

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้กองทำให้กับผม ทั้งๆ ที่ไม่เคยยอมรับปากโดยวาจาเลยว่าจะทำให้ อีกสักครู่ผมจะส่งเมยานีเข้ามาให้"

"ดี ส่งเข้ามาเถอะ ฉันจะยุให้เมยานีเชือดคอแกเสีย"

"ไม่มีทางหรอกครับ ผมจะส่งเมยานีให้มาเชือดผู้กองตะหากล่ะ"

"อ้าว ไอ้เปรต.."

"ขอนอนกับผู้กองสักคนได้ไหม?"

"แกจะยั่วฉันไปถึงไหนวะ นี่จะไม่ยอมให้หลับนอนเลยหรือยังไง"

"ไม่ได้ยั่ว แต่จะนอนจริงๆ แหละ ...อะไร เตียงออกกว้าง แบ่งที่ให้ไอ้แงซายนอนมั่งไม่ได้หรือยังไง"

พร้อมกับเสียงกระซิบนั้น ไรเฟิลที่เขากอดอยู่ถูกกระชากเหวี่ยงโครมลงไปกับพื้น แล้วร่างของ 'แงซาย' ก็ขึ้นมานั่งเคียงข้างกับเขา

รพินทร์ถอนใจอีกครั้ง พลิกตัวหันหน้าหนีไปเสียอีกทางหนึ่ง แล้วก็ยังไม่วายได้ยินเสียงกระซิบยั่วว่า

"แล้วดึกๆ อย่าละเมอคิดว่าผมเป็นคุณหญิงไปล่ะ"

"ฉันยอมแพ้แกแล้วโว้ย แงซาย จะนอนก็นอนเถอะวะ แต่ขอให้หุบปากเสียที"

"ตกลง หุบก็หุบ ผมก็ง่วงเต็มทีเหมือนกัน เราจะนอนเคียงข้างกันอย่างนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้นอนด้วยกันอีกตลอดไป ชั่วกับลปาวสาน"

"แงซาย?"

"ครับผม"

"ฉันเกลียดขี้หน้าแกฉิบเผงเลยว่ะ"

"ผมก็เกลียดขี้หน้าผู้กองบรรลัยจักรเหมือนกัน คนห่าอะไรพรรค์นี้ก็ไม่รู้ เลือดเย็นชะมัด"

"นี่แกจะมานอนด้วย หรือจะมาชวนทะเลาะ?"

"ก็นอนไปพลางทะเลาะไปพลาง จนกว่าจะหลับ"

"ลุกขึ้นมาต่อยกันดีไหม?"

"อย่าท้า ผู้กองสู้ผมไม่ได้หรอก ตัวเล็กนิดเดียวแค่นี้ผมต่อยตาย ที่ไม่ยอมสู้มาตลอดน่ะ อย่านึกว่าจะกลัวนะ ถ้าจะกลัวก็กลัวจะไม่มีคนช่วยนำทางให้เท่านั้น"

รพินทร์ไม่ต่อปากต่อคำอะไรอีกทั้งสิ้น หลับตานิ่งเฉย เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เขาหลับ..หลับอย่างไม่เคยหลับได้สนิทและสบายใจเท่านี้มาก่อน ทุกตารางนิ้วในป่าทำให้เขาต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และนั่นมันก็เป็นนิสัยของเขาเองด้วย ถ้าสติยังครบถ้วนอยู่แบบนี้ ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ แต่คืนนี้แผกไป...ร่างของคนที่เรียกได้ว่าทันกันไปเสียทุกอย่างทอดกายอยู่เคียงข้าง...แม้เตียงตั่งจะกว้างขวางเพียงใด เรือนกายสีทองแดงงดงามกลับอยู่ใกล้จนได้ไออุ่น

คนหนึ่งหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย แต่อีกคน..ยังลืมตาโพลงจ้องมองแผ่นหลังเล็กกว่าที่หันมาทางเขาอย่างอาวรณ์ เวลาของ 'แงซาย' กับ พรานใหญ่ เกือบหมดลงแล้วอย่างน่าใจหาย อัสสุชลแห่งพระเจ้าจักราธิราชเอ่อล้นแล้วทิ้งตัวลงเป็นสาย ฝ่ามือหนาได้รูปปาดทิ้งก่อนใช้มือข้างเดียวกันนั้นบีบแน่นที่หัวไหล่แล้วออกแรงเล็กน้อยพลิกร่างพรานใหญ่ของเขาลงนอนหงาย นัยน์ตาคู่นั้นยังพริ้มหลับ...ทว่าเสียงจุ๊ปากอย่างขัดใจทำให้รู้ว่าจอมพรานของเขาตื่นแล้ว

"ฉันไม่ใช่เมยานี"

"ผมรู้"

"รู้แล้วก็ปล่อยเสียที ง่วง คนจะหลับจะนอน..ให้นอนหน่อยไม่ได้หรือไงวะ"

จักราชรวบร่างของรพินทร์เข้าสู่อ้อมอกของเขาแล้วกระชับไว้อย่างนั้น

"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่เมยานี"

"ผมก็บอกว่ารู้แล้วไง"

"รู้แล้วกอดทำไม?"

"เพราะรู้ ผมถึงได้กอดไว้ไง...เวลาของเราแทบไม่เหลือแล้วนะผู้กองที่รัก เราคงไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้อีกแล้ว ให้ผมกอดหน่อยไม่ได้หรือยังไง...หรือต้องเป็นคุณหญิงดาริน วราฤทธิ์ถึงจะกอดรพินทร์ ไพรวัลย์ได้ หือ?"

"เฮ่อ..ฉันก็อยากให้เขากอดอยู่เหมือนกันล่ะ แต่แกก็รู้..เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว" เสียงอู้อี้ดังอยู่กับอกแกร่ง...จักราชหลับเนตรลงก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้พรานใหญ่ถึงกับกระบอกตาผ่าวร้อน

"งั้นคืนนี้ ขอเป็นผมแล้วกันนะ ให้ผมกอดผู้กองไว้แบบนี้ ผมรักผู้กองจริงๆ ให้ตายสิ"

"ฉันก็รักแก ...รักมากกว่าคุณหญิงเสียด้วยซ้ำ" ชีวิตที่ต่อสู้ดิ้นรนมาตลอดระยะทางมหาวิบากนี้..ผูกพันหัวใจของพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าใครๆ แม้คุณหญิงของเขาก็เถอะ ..เทียบกับความรู้สึกลึกๆที่มีให้ 'แงซาย' ไม่ได้เลย

"ผู้กอง.."

"หือ?"

"อาบน้ำเหอะ ตัวเหม็นจริงๆ"

"ไอ้บ้า!! แล้วใครใช้ให้แกมาดมฉันวะ" รพินทร์ตวาดอย่างฉุนเฉียวพร้อมทั้งผลักแผ่นอกสีทองแดงออกห่าง

"หึหึหึ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจดมหรอก แต่เราอยู่ใกล้กันแค่นี้..ยังไงก็ต้องได้กลิ่นกันมั่งแหละ ยังไงให้แงซายถูหลังให้ผู้กองไหมล่ะ เถอะน่า...ทำตาขวางไปผมก็ไม่กลัวหรอก โน่น..ปืนผู้กองกระเด็นไปโน่นแล้ว"

รพินทร์นึกขึ้นได้ดังนั้นจึงถลันไปหาไรเฟิลคู่กาย ทว่า ช้าไปเสียแล้ว เจ้ากะเหรี่ยงรูปงามไวกว่า..แงซายคว้าเอวพรานใหญ่ไว้ได้ก่อนเหวี่ยงกลับมาด้วยแรงมหาศาลแล้วจับแขนทั้งสองข้างไพล่ไว้ด้านหลังแล้วล็อคอย่างแน่นหนา

"อย่าดื้อ.. แค่อาบน้ำแค่นี้ต้องให้ออกแรงเสียเปล่า บอกแล้วว่าผู้กองน่ะ..สู้แรงผมไม่ได้หรอก เถอะน่า..จะบริการอาบให้ทั้งตัวเลย ไป..ลุก" ก็ไม่เชิงเป็นคำชวนนักเมื่อแงซายเป็นฝ่ายฉุดรั้งให้ร่างพรานใหญ่ลอยขึ้นตามมืออย่างง่ายดายและหมดทางต่อต้าน

"เอ้า!! จะถอดเองหรือให้ผมถอดให้"

"ถอดเอง ปล่อยได้แล้ว!!" พรานใหญ่สะบัดเสียงตอบอย่างหมั่นไส้

"สัญญานะว่าจะไม่ลุกขึ้นมาไล่เตะผมน่ะ นี่ผมหวังดีจริงๆ นะผู้กอง โอกาสที่จะได้อาบน้ำสบายๆ มันหาไม่ได้ง่ายๆ จากเส้นทางที่ผ่านมาผู้กองก็รู้ แล้วอีกอย่าง...เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้วนะ ให้เวลาที่เหลือกับผมเถอะ.." ท้ายเสียงของอดีตร้อยโทกองโจรกะเหรี่ยงออดอ้อนจนจอมพรานอ่อนใจ

"เออ" รพินทร์อ้อมแอ้มตอบกลับไปอย่างไม่อยากจะสู้ใบหน้าคมสันนั้นนัก ยิ่งแววตาพราวระยับนั่นด้วยแล้ว...หวั่นใจพิกล

รพินทร์หย่อนกายลงไปในอ่างอาบน้ำกว้างขวางที่ขุดลึกลงไปในพื้นเหมือนสถานอาบน้ำในยุคโรมันโบราณ น้ำที่เคยอุ่นบัดนี้ชืดเย็นเมื่อกาลเวลาล่วงผ่าน ..เมื่อร่างกายได้สัมผัสน้ำก็ยังความกระปรี้กระเปร่าสดชื่นมาให้ พรานใหญ่หลับตาลงพลางพาดศีรษะกับขอบอ่างเหมือนอยากจะหลับทั้งอย่างนั้น

จ๋อม!!

ระลอกน้ำเคลื่อนไหว พรานใหญ่ไม่ต้องลืมตาก็รู้ว่ามีอีกร่างลงมาในอ่างอาบน้ำด้วย ซึ่งก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแงซายของเขานั่นล่ะ

"แกอาบแล้วไม่ใช่เรอะ?"

"ก็จะอาบเป็นเพื่อนผู้กอง มา..ผมถูตัวให้" มือหยาบๆ แต่นุ่มนวลในสัมผัส..ลูบน้ำผ่านใบหน้าที่นิ่งเฉยและนัยน์ตาที่ยังปิดสนิทเหมือนคนหลับไปแล้ว ก่อนจับแขนพรานใหญ่ขึ้นมาแล้วใช้ผ้าเนื้อนุ่มถูให้เบาๆ ทีละข้าง..จากนั้นเลื่อนมาไล้บริเวณลำคอแล้วลากต่ำลงมายังแผ่นอกและหน้าท้องตามลำดับ

และก่อนที่จะได้ถูขาให้เป็นลำดับต่อไป รพินทร์กลับกระตุกข้อมือนั้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงถอนหายใจเบาๆ และสายตาปรามอยู่ในที "พระองค์ไม่ควรทำแบบนั้น"

"โธ่ ผู้กองที่รัก ที่นี่ไม่มีจักราชหรอกน่า มีแต่ไอ้แงซายของผู้กอง แค่ถูขาให้แค่นี้.." จักราช หรือ แงซายกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้างขวางอย่างไม่ถือสา

"อย่า!!" จอมพรานบีบมือแรงขึ้นอีกทั้งยังห้ามเสียงเด็ดขาด ขัดขึ้นก่อนที่แงซายจะกล่าวสิ่งใดไปมากกว่านี้

"ผู้กองมีบุญคุณกับผมล้นเหลือ ทำแค่นี้ยังไม่พอด้วยซ้ำ แต่ถ้าผู้กองเห็นไม่เหมาะ..ผมก็ตามใจผู้กอง" แงซายยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแต่นัยน์ตาคมสวยยังไหวระริกอย่างรื่นเริงอยู่เช่นนั้น "มะ..หันหลังมา แค่ถูหลังคงไม่เป็นไรนะ"

จอมพรานมองใบหน้าของ 'ไอ้แงซายจอมเจ้าเล่ห์' อย่างสงสัย เมื่อไม่เห็นพิรุธอะไรถึงได้ยอมหันหลังให้โดยดี

"โธ่.. เสียดายล่ะซี มีพนักงานสาวๆ มาอาบน้ำให้ดีๆ ไม่เอา เป็นไง..เลยต้องมาให้ผู้ชายมาอาบน้ำให้แทนเลย"

แทนที่พรานใหญ่จะโมโหกับคำยั่วเย้า หยอกเล่น..เขากลับแสดงอาการผิดจากที่แงซายคาดไว้ไปมากทีเดียว "ก็ไม่เป็นไง ..ยังไงแกก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว"

"ฮึ้ย ผู้กองนี่น่ารักจริงวันนี้" แงซายลากร่างแกร่งเกร็งของจอมพรานเข้าไปกอดเสียเต็มรักทำเอารพินทร์ตกใจ ก็เกิดสงครามต่อสู้ดิ้นรนกันขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง (ไม่ใช่คลื่นลมในทะเลน๊า >.<)แรงของผู้ชายสองคนก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก..แต่อดีตกะเหรี่ยงไพรดูจะได้เปรียบด้านเรือนร่างเสียมากกว่า

"จะหายใจไม่ออกอยู่แล้วโว้ย!!" ถึงจะบ่นนั่นบ่นนี่ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ใบหน้าคร้ามเข้มนั่นปรากฏสีแดงเรื่อไปจนถึงใบหู จะว่าไป..น่าจะเป็นการบ่นแก้เขินของจอมพรานเสียมากกว่า

"ผู้กอง..เริ่มไม่น่ารักแล้วนะ พูดไม่เพราะเลย" แงซายของเขากระซิบต่อว่าอยู่ข้างหูทำเอาจอมพรานขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"แล้วไง? แกจะไปฟ้องใคร? 'แม่'แกเหรอ?"

"โอย.. ไม่กล้าหรอกผู้กอง ขืนฟ้องนายหญิง ไอ้แงซายเก๊าะ..โดน โป้ง!! หัวเป็นรูแน่เลย"

"คุณหญิงจะยิงแกเรื่องอะไร?"

"ก็โทษฐาน...กำลังลวนลามคนที่เธอรักทั้งกายและวาจาน่ะสิ" จักราชคลายอ้อมแขนที่รัดแน่นออกพลางผินร่างรพินทร์ ไพรวัลย์ กลับมาเผชิญหน้า นัยน์ตาคมสวยไร้แววขี้เล่นอย่างเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง.. "ขอคืนนี้สักคืนนะผู้กอง แค่ผม..กับผู้กอง แค่เราสองคน ไม่มีคนอื่นอีก..แม้แต่นายหญิง"

จะเปรียบไปก็คงเหมือนจงอางสะกดเหยื่อ เพราะจอมพรานไร้พ่ายอย่างรพินทร์ ไพรวัลย์ ..จ้องนัยน์ตาทรงอำนาจนั้นเพียงครู่ก่อนพยักหน้ารับอย่างง่ายๆ และไม่อาจกระดิกกระเดี้ยหนีไปไหนได้

...ทั้งๆ ที่รู้ว่าริมฝีปากขององค์จักราชเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะไม่ควรเป็นที่ยิ่ง ทว่าสิ่งที่รพินทร์ทำคือหลับตาลงอย่างรอคอย

ริมฝีปากกระจับได้รูปสวยแย้มยิ้มบางๆ ก่อนคลอเคลียริมฝีปากที่เม้มแน่น ..หยอกเย้า ปลอบโยน เพรียกหา... ไม่นาน ริมฝีปากสีจัดของพรานใหญ่ก็ขยับขึ้นลงแตะตอบเบาๆ ความหวานหอมในสัมผัสทั้งมวลหอบเอาสติสัมปชัญญะปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว ที่รับรู้ก็มีแค่ความอบอุ่นบนริมฝีปาก..นุ่มนวลแผ่วเบาเสมือนล่องลอยอยู่ในนภากาศ ...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจักราชโอบกอดเขาแนบชิดแค่ไหน.. ไม่รู้กระทั่งแขนของเขากระหวัดรอบลำคอแกร่งได้อย่างไร

บัดนี้คำพูดทั้งหลายไร้ความหมาย สิ่งที่สื่อถึงกันคือสัมผัสและไออุ่นที่มอบให้แก่กันและกันเท่านั้น

ริมฝีปากแทนคำมั่น

รำพันรักคืออ้อมแขน

เรือนกายแทนคำสัญญา... จะอยู่ในใจกันและกันตลอดกาล

ระยะทางอาจพรากสองกาย ทว่า..ไม่เคยทำให้สองใจคลาดคลา

สัมผัสอ้อยอิ่งของริมฝีปากสองคู่เริ่มแน่นแนบ เน้นหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนไฟในกายโหมกระพือ..เร่งเร้าให้รุ่มร้อน ทว่า..มิได้ร้อนด้วยแรงตัณหา หาก..เป็นสเน่หาที่หวังเพียงฝากรอยรักแลตรึงตรากันและกันอย่างไม่มีวันเลือน ...ฝากร่องรอยแห่งสัมผัสสลักฝังลึก

สัมผัสที่นับจากนี้...นับจากเยื้องกายออกนอกเขตมรกตนครอันยิ่งใหญ่แล้ว จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก..ไม่มีแม้กระทั่งแค่เพียงสบสายตา

เนตรคู่งามแห่งจักราธิราชเจ้าส่องประกายจัดจ้าหวานล้ำ มือที่เคยกรำงานเยี่ยงพรานลูกหาบลูบแผ่วแสนถนอมใบหน้าคร้ามแห่งจอมพราน

"ผู้กองที่รัก คืนนี้เป็นของผมนะ?"

"ฉันไม่อยากผิดต่อคุณหญิงเธอ" พรานใหญ่ก้มหน้าต่ำ กระดากอายพร้อมกันนั้นก็ละอายใจต่อการกระทำของตน นี่เขากำลังนอกใจคุณหญิงอยู่หรือเปล่า??

"ผมรู้ ..แต่ผมว่า เราทั้งคู่ไม่ได้ผิดต่อนายหญิงหรอก"

รพินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ทำไมถึงไม่ผิดน่ะไม่ค่อยเท่าไหร่ ..เพราะคิดว่าแงซายน่าจะมีเหตุผล แต่ไอ้น้ำเสียงที่ออกจะเริงร่าเกินนิดนี่มันอะไรกัน? มันไม่น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ยิ้มออกมาได้นะ

"โอ๊ย ผู้กอง..อย่าช้อนตามองผมแบบนั้นสิ น่ารักเกินไปแล้ว!!" แงซายฉกริมฝีปากวูบลงไปประทับกับริมฝีปากพรานใหญ่แรงๆ หนึ่งทีอย่างหมั่นเขี้ยว

"เฮ้ย!! ฉันไม่ได้อยากให้แกจุ... ฉันอยากรู้ว่าเพราะอะไรแกถึงบอกว่าเราไม่ได้ผิ.... นั่นแหละ!! ต่างหากเล่า ฮึ้ย!! นอกเรื่องทุกที"

"โถ่ อย่าเพิ่งงอนน่า ก็แค่อดไม่ได้เอง อยากทำตัวน่ารักทำไม.. เอ้า บอกก็ได้ ฟังให้ดีๆ ล่ะ"

"เพราะ. ผม. ไม่. ใช่. ผู้. หญิง. ไง!!"

แงซายตวัดร่างจอมพรานขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว ก้าวพรวดๆ ไม่กี่ก้าวก็โยนโครมลงบนเตียงกว้าง

"เฮ้ย เฮ้ย!! แกเล่นอะไรของแกวะแงซาย? ไม่เอานะ..ไม่ตลกแล้วนะเว้ย จะกดแขนฉันไว้ทำไม"

จอมพรานผู้นิ่งเงียบและสงบได้แทบจะทุกสถานการณ์ออกอาการร้องโวยวายออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ แงซายเองก็เพิ่งเคยเห็นพ่อพรานใหญ่ของเขาหลุดเก๊กแบบหมดมาดสุดๆ ก็ครั้งนี้เองจนอดปล่อยเสียงหัวเราะพรืดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"อะไรกันผู้กอง นี่กลัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ... หรืออาย?"

"..........."

"เชื่อมือผมเหอะ ถึงผมยังไม่เคยทำกับผู้ชายคนไหน แต่ผมว่าผมเก่งนะ รับรองได้ผู้กองไม่ต้องกลัวเจ็บเลย"

"ห๊ะ?? นี่แกกล้าพูดออกมาได้ยังไงเนี่ย.."

แล้วการกอดปล้ำของหนึ่งพรานกับอีกหนึ่งอดีตพรานลูกหาบก็เกิดขึ้น เมื่อแรกๆ เสียงโวยวายของหนึ่งพรานดังลั่น แล้วพลันเปลี่ยนไปเป็นเสียงอื่นแทน ..โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครผ่านมาได้ยิน จักราชทรงมีพระบัญชา.. ทหารยามทั้งหลายพากันกลับไปนอนหลับพักผ่อนได้ ..สงครามจบสิ้นลงแล้ว ฉะนั้นให้ไปพักให้สบายใจและเข้ามาทำหน้าที่ของตนในยามเช้าแทน

เสียงหอบดังสะท้อนไปในห้องที่สงัดเงียบ สายลมอ่อนกลางดึกพัดพาเอาความเย็นเยียบจากไอน้ำค้างยามราตรีเข้ามาด้วย แงซายรวบร่างพรานใหญ่'ของเขา'กระชับแน่นขึ้น ไออุ่นจากกายสู่กายถ่ายทอด...ถึงแม้ร่างกายจะร้อนอยู่แล้วก็ตามที รพินทร์ไม่ได้รู้สึกรำคาญ..กลับพาดแขนไปที่ช่วงเอวได้รูปแล้วลูบมือไปตามแนวกระดูกสันหลังเบาๆ

"อย่าดีกว่าผู้กองที่รัก ทำแบบนั้นประเดี๋ยวผมก็คึกขึ้นมาอีกรอบหรอก"

รพินทร์ ..ไม่ แม้แต่จะชะงัก มือที่ไล้ไปมาเบาๆ ก็ยังไล้เพลินๆ อยู่แบบนั้น แต่กลับพูดออกมาเสียงเรียบ "ก็ลองดู.. ถ้าฉันไม่อัดแกกลับ อย่ามาเรียกฉันว่ารพินทร์ ไพรวัลย์"

"เอาล่ะ ผมยอมแพ้ จะยอมนอนนิ่งๆ ให้ผู้กองลูบเหมือนลูกเสือตัวน้อยๆ เลย"

"นั่นสินะ ก็เสือตัวโตๆ สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้นี่"

มีเสียงกึกๆ ดังเบาๆ แล้วแงซายก็กดปากจมูกกับกระหม่อมผู้กองที่รักอย่างถูกใจ "ก็ถ้าผู้กองจะอยู่ต่อผมก็ไม่ว่าอะไรนี่นา บอกแล้วว่าอยากให้ผู้กองอยู่ด้วยกัน"

"ไม่เอาล่ะ แม่ยังรออยู่ แล้วชีวิตนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่าเป็นพรานที่หนองน้ำแห้งหรอก"

"เอานะ ผมไม่บังคับผู้กองหรอก..ถึงจะอยากทำแค่ไหนก็เหอะ ...ยังไงคืนนี้ผมก็ได้อะไรๆ มาเยอะกว่าที่คิดล่ะนะ"

ไม่ว่าจะรู้สึกแบบไหนรพินทร์ก็ยังหน้าตายได้อย่างแนบเนียน ภายใต้ใบหน้าเหมือนรูปสลักหินซ่อนความเขินอายกับรู้สึกเต็มตื้นเอาไว้อย่างมิดชิด ก็ไอ้ 'อะไรๆ' ที่แงซายว่า มันก็ไอ้ 'ตัวเขา' นั่นแหละ

"ต้องอาบน้ำอีกรอบแล้วมั้ง เหนียวตัวขนาดนี้" จอมพรานเปรยขึ้นเบาๆ เหมือนจะรำพึงกับตัวเอง

แงซายยิ้มพราย ก็ไอ้ยิ้มแบบนั้นน่ะยิ้มของ 'ไอ้แงซายจอมเจ้าเล่ห์' อีกแล้วน่ะสิ รพินทร์เริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่คิดเรื่องจะอาบน้ำอีกรอบ

"มะ..คราวนี้ก็ให้ผมถูตัวให้อีกนะ จะเอาให้เอี่ยมอ่องเลย"

รพินทร์กลอกตาแบบปลงๆ ไม่คิดอะไรมากอีก "เฮ่อ แกอยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันไม่มีแรงมานั่งเถียงแกหรอก เหนื่อย เพลีย ง่วง อยากนอนเต็มที ที่ไม่นอนเพราะมันเหนียวตัวเกินไป..นอนไม่หลับ"

"ว๊า.. นี่เห็นว่าผู้กองต้องเก็บแรงไว้ออกเดินทางต่อหรอกนะถึงได้ยอม ม่ายงั้น....."

"พอเลย แค่นี้ยังไม่พออีก? ไปอาบน้ำได้แล้ว ทั้งแกทั้งฉันนั่นแหละ"

รพินทร์ ไพรวัลย์ พรานผู้นำทางในป่าซึ่งนานๆ ครั้งจะได้เจอแหล่งน้ำชนิดให้อาบได้ และบ่อยเสียด้วยกับการต้องหมักหมมร่างกายหลายวันกว่าจะได้อาบ ถึงแม้จะเจอแหล่งน้ำซึ่งมีโอกาสจะอาบได้เกินวันละครั้งจอมพรานก็ไม่เคยทำ น่าแปลก...ที่วันนี้ เขาอาบเกินวันละครั้ง

"คิดอะไรอยู่ผู้กองที่รัก" แงซายนั่งซ้อนอยู่เบื้องหลัง อุทิศแผ่นอกสีทองแดงที่มีมัดกล้ามสวยงามให้พรานใหญ่ของเขาพักพิงและลอบมองเสี้ยวหน้าเหม่อลอยที่ไม่ค่อยได้พบบ่อยนัก นิ้วเรียวยาวเกลี่ยแขนของจอมพรานเล่น

"ก็แค่คิดว่า คนอย่างฉันจะมีวันที่อาบน้ำมากกว่าวันละหนด้วย? แปลกดี"

"คิดอะไรไร้สาระจริงผู้กองเอ๊ย ไม่เห็นแปลกเลย..ถ้ามีน้ำให้อาบก็อาบ ไม่มีก็ไม่ต้องอาบเหมือนตอนอยู่ในป่าไง"

รพินทร์หลับตารับจุมพิตหนักๆ ที่ขมับ แล้วพอลองหลับตาลงแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นง่วงแสนง่วง สติล่องลอยไปไกล..หลับสนิทเสียที

เสียงลมหายใจและลักษณะการสะท้อนของแผ่นอกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและแผ่วเบา แงซายยิ้มกว้างก่อนส่ายหน้าเบาๆ ระคนเอ็นดู มันน่าไหมล่ะ?.. เล่นหลับไม่ระวังตัวเอาแบบนี้ น่ารักจริง..วันนี้น่ารักกว่าทุกๆ วันที่เคยอยู่ด้วยกันมาเลย

แงซายอุ้มร่างหลับไหลวางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ใช้ผ้าซับหยดน้ำตามร่างของจอมพรานอย่างบรรจงก่อนสอดกายแนบชิด

"คืนนี้หลับให้สบายนะผู้กองยอดรัก..ผมจะกอดผู้กองให้สมกับที่ต้องจากกันนานแสนนาน ให้ผู้กองกลับไปแล้วก็ยังจำอ้อมกอดของผมได้ไม่ลืม" แงซายกล่าวขึ้นแผ่วเบาก่อนจุมพิตริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ..ราตรีสวัสดิ์ ตระกองกอดจอมพรานแนบอกให้สมกับที่พูด.....

รพินทร์ ไพรวัลย์ตื่นขึ้นในยามเช้าตรู่.. ข้างกายของเขาว่างเปล่า ไม่มีเงาแงซายของเขาอีกแล้ว ความน้อยใจแล่นริ้ว..ทว่า สลายวับด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งและ...รอยจุมพิตแดงจ้ำที่แผ่นอกด้านซ้าย เมื่อเหลือบไปเห็นโดยบังเอิญ..จำได้ว่าเมื่อคืนไม่มีรอยนี้

รพินทร์รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่พนักงานสาวคนไหนหรือนายทหารคนใดจะวิสาสะเข้ามาทำหน้าที่ของตนแล้วรีบจ้ำออกจากห้องเพื่อไปพบกับคณะนายจ้างของตนและพรานทุกคน

พอทุกคนเห็นหน้าพรานใหญ่ที่ออกมาสายกว่าใครเพื่อนก็พากันโล่งอก คุณหญิงดาริน วราฤทธิ์เกือบจะเข้าไปตามด้วยตนเองเนื่องจากเกรงว่าโรคจับสั่นจะหวนคืน ดีที่คุณชายเชษฐาห้ามไว้เสียก่อนและรอกระทั่งรพินทร์มา ตาเฒ่าบุญคำรีบถลาเข้าไปกระซิบแซวทันที

"แหมมมม นายกู เมื่อคืนหนักไปหน่อยหรือยังไง๊ ตื่นเอาสายป่านนี้.. ถึงดูสะโหลสะเหลเหลือ แต่แม๊..มันสดชื่นจริงน๊อ สาวเมื่อคืนเป็นไงนาย.. ถึงใจป่าว??"

รพินทร์ส่ายหัวแล้วมอบมะเหงกให้ไปที "บุญคำ!! สัปดนไม่เลิกประเดี๋ยวจะเตะให้" ถึงจะดุแกไปแบบนั้นแต่ก็แอบเสียวสันหลังไปวูบหนึ่งเหมือนกัน ถึงบุญคำจะพูดไม่ถูกนักแต่ก็เกือบตรงประเด็นทีเดียว แต่เมื่อคืนน่ะไม่ใช่ผู้หญิงอย่างตาเฒ่าจอมสัปโดกคิดเท่านั้นเอง

"ฮี้ นายนี่..แทงใจดำหน่อยเดียวไม่ได้ ปั๊ดฟ้องนายหญิงซะนี่" พรานใหญ่เงื้อเท้าร่า แต่แกก็รู้ทันหลบฉากไปเสียเท่านั้น

เมื่อถึงเวลาที่ชาวเมืองมรกตนควรจะ ไปส่งยังเส้นทางที่เชื่อมต่อออกสู่โลกภายนอกแล้ว ยิ่งพากันใจหาย การออกไปหมายถึงการจากลาชั่วชีวิต ทุกคนคิดแล้วว่าคงไม่มีโอกาสเจอกันอีกแล้วในชาตินี้...ดินแดนลึกลับแห่งนี้ยากยิ่งนักต่อการเดินทางมาถึง และการมาถึงที่นี่ได้นั้นนับว่าเป็นปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก

หนึ่งคืนระหว่างการเดินทางเพื่อไปส่งยังปลายทางของถนนสายใหญ่นั้น จักราชในร่างของแงซายเข้ามาร่วมนอนกับทุกคนเป็นการอำลา ครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้นอนร่วมกับทุกคนเช่นที่เคยนอนร่วมกันมาตลอดการเดินทาง เมื่อได้เวลาที่ต้องนอนการพูดคุยกันจึงหยุดลง

ภายใต้คราบที่หลับไปแล้วของพรานใหญ่ใครจะรู้... ใต้หมวกใบเก่านั่นตาของรพินทร์ยังลืมโพลงมองฝ่าความมืดอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานาน เขาไม่อาจข่มตาหลับได้ในคืนนี้

มือหนึ่งเอื้อมมาสัมผัสกับมือของเขาทำให้สะดุ้งเล็กน้อย เสียงขยับกายแสนเบาบอกให้รู้ว่าเจ้าของมือล้มกายลงนอนใกล้กัน มือใหญ่อบอุ่นข้างนั้นนำมือของพรานใหญ่เข้าไปจุมพิตเบาๆ แล้ววางแนบอก จังหวะการเต้นของหัวใจเนิบช้าเป็นจังหวะปรกติของผู้ชายแข็งแรงดีคนหนึ่ง ...จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...แงซายของเขา

น้ำตาของรพินทร์ ไพรวัลย์ไหลลงมาเงียบๆ แงซายลูบหลังมือจอมพรานเบาๆ ดั่งจะปลอบประโลม แล้วราตรีแห่งการจากลาก็ล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

การเดินทางต่ออีกครึ่งวันทำให้ทุกคนมาพร้อมกันที่ปลายทางในที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง ขณะที่ต้องหันหลังจาก.. จักราชเรียกรพินทร์เข้าไปหาก่อนส่งสิ่งหนึ่งมาให้

"ผมอยากให้ผู้กองเก็บไว้ระลึกถึง.. เหรียญทองเหรียญนี้เป็นตราประจำราชวงค์เทพ เป็นตัวแทนของผม"

แค่นั้นก็ทำให้รพินทร์รู้ว่า เขาได้ในสิ่งที่สำคัญแค่ไหนมาอยู่ในมือ มือที่ยื่นออกไปรับสั่นเทา..น้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่อยากให้คนอื่นๆ ได้เห็นเอ่อล้น

ทุกคนได้ประจักษ์อีกครั้งว่าชายหนุ่มทั้งสองรักและผูกพันกันเพียงใด แม้ปากรพินทร์จะบอกแต่เกลียดและด่าว่า'แงซาย'มามากมายแค่ไหน ก็เป็นแค่เพียงความรู้สึกชั่วครั้งและผิวเผินเหลือเกิน เบื้องลึกแล้ว..คู่ปรับตลอดกาลที่รู้ทันกันไปเสียทุกเรื่อง แท้จริงแล้วยิ่งกว่ารักยิ่งกว่าผูกพัน เป็นวิญญาณของกันและกัน..การพรากจากครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการเสียจิตวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง

'แงซาย' คว้าร่างพรานใหญ่ที่นิ่งอั้นเข้าไปสวมกอด อ้อมแขนกระชับแน่น..กระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างหู "ผมจะไม่ลืมผู้กองไปจนวันตาย"

"ฉันก็เหมือนกัน ดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ"

"ผู้กอง เหรียญนั่นจะไม่มีค่าเลย..ถ้ามันจะวางอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ข้างกายผู้กอง ฉะนั้น..เก็บไว้กับตัวนะ ผมขอร้อง เก็บหัวใจของผมไว้.."

"ฉันสาบาน"

"แล้วก็..กลับไปแล้วอย่าร้องไห้เพราะคิดถึงผมล่ะ เดี๋ยวผมปวดใจ"

"บ้า!!" รพินทร์ตวาดขึ้นเบาๆ อารมณ์โศกเมื่อครู่เกือบจะหายไปหมด "ยังยั่วกันจนถึงนาทีสุดท้ายเลยนะ"

"ก็ผมไม่อยากให้ผู้กองเศร้านี่" ใช่..แงซายหรือจักราชไม่อยากให้ผู้กองที่รักของเขาต้องเป็นเหมือนเมื่อครั้งที่คิดว่าเขาโดนหินทับเสียชีวิตไปแล้ว ครั้งนั้นรพินทร์แทบยืนไม่อยู่..น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว เจ็บปวดและเศร้าหมอง...

แล้วจักราชจึงผละออกจากร่างจอมพราน "ขอให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยเหลือผมตลอดมา บุญคุณของทุกคนผมจะไม่ลืมไปจนชั่วชีวิต โชคดีครับ" จักราชโน้มกายเข้าไปใกล้แล้วกระซิบกับรพินทร์อีกครั้ง

"โดยเฉพาะคืนนั้น"

.....

..........

รพินทร์ ไพรวัลย์นอนก่ายหน้าผากอยู่ในบ้านต้นไม้ของเขาที่หนองน้ำแห้ง และระลึกนึกถึงรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของ 'ไอ้แงซาย' ในวันนั้นอย่างชัดเจนเหมือนเจ้าของรอยยิ้มนั่นอยู่ตรงหน้าและยิ้มมาให้เขา ได้แต่ตัดใจว่าชาตินี้สิ้นบุญแล้วที่จะได้เจอกัน..

อีกฟากของมิติ

--ดินแดนลึกลับ มรกตนคร--

จักราธิราชยืนยิ้มอยู่ริมสระน้ำเพียงลำพัง บนผืนน้ำที่ไม่เรียบนิ่งปรากฏภาพพรานใหญ่ของเขาอย่างชัดเจน ใบหน้าเคร่งนั้นหมองหม่น.. มือที่กำอยู่บนทรวงอกหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาจุมพิตอย่างโหยหา --เหรียญที่อดีตแงซายมอบไว้ให้ก่อนจาก

"ไม่นานนักหรอกผู้กอง เราต้องได้เจอกันอีก... คราวนี้ผมจะกอดให้สมกับที่ผู้กองคิดถึงผมเลย"

ใช่..แงซายก็ยังคงเป็น 'ไอ้แงซายจอมเจ้าเล่ห์' ของพรานใหญ่รพินทร์อยู่วันยันค่ำ รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์แสนกลไม่เคยเปลี่ยนแปลง นัยน์ตาคมวาววับกระจ่างใส..รอเพียงเวลาที่จะมาถึง

เวลาที่จะนำรพินทร์ ไพรวัลย์กลับมาสู่ที่ที่ขุนเขาจรดผืนฟ้า ที่ที่ทิวาจรดราตรีกาล....

..~~EnD~~..

*****************


edit @ 2007/04/10 18:49:56

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ด~~ แอบจิ้นตอนนี้ไว้หมือนกันแต่นี่ น่ารักมากๆ

รพินทร์ก็ยังเป็นรพินทร์ แงซายก็ยังเป็นแงซาย ไม่มีหลุดคาเร็กเตอร์
คนเขียนเก่งมากๆ^^

#1 By hotaru@commit on 2007-04-08 00:18

หลังจากที่ได้อ่านรอบแรก ทำให้พี่ถึงกับตาค้างนอนไม่หลับ (มันเวอร์จริงๆ)

55 จริงๆแล้วชอบมากเลยจ้ะ

ต้องขอบใจน้องดีที่แต่งมาให้อ่าน เพราะหาอ่านฟิคคู่นี้ยากจริงๆ

คู่นี้ก็เสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว พี่เจ้าขอเฮียเซฟี่กับพี่คล้าวอีกสักคู่ ชะเอิงเอยยยยยยยย

#2 By หนมชั้น on 2007-04-08 08:12

เขียนต่อเถอะค่ะ พลีสสสส

#3 By *-* (203.170.234.5 /172.29.5.99) on 2007-04-09 01:41

ยาวเหลือเกิน อ่านตาลายกันเลยทีเดียว 555+

me//เรื่องนี้มันก็จิ้นได้แฮะ

#4 By ~*sesea*~ on 2007-04-10 17:57

ต๊ายยยย คุณพี่หนมชั้นจ๊ะ ไม่ไหวแล้วนะเคอะ ขอพักสักหน่อยเหอะนะ พลังจิ้นหมดไปเรียบร้อยแล้วจ้ะค่ะ เหอๆๆๆ รอหน่อยละกันนะ ส่วนคนรีเควสขอให้ต่อนี่ก็ไม่ไหวเช่นกันจ้ะ อิอิ หมดมุขเสียแล้วเน้อ

ปล. ซีจ๊ะ คู่ไหนๆ ถ้ามันส่อแวว ดีก็แต่งได้ทั้งนั้นหล่ะ 5555

#5 By Deeจังเนอะ on 2007-04-10 18:28

เห็นด้วยกับแงซาย ผู้กองน่าร๊ากกกก อิอิ

จบแบบอยากให้มีตอนต่ออ่ะค่า แฮ่ๆ

#6 By wanderer (125.24.164.49) on 2007-04-11 21:31

หง่า แล้วมันจะข้ามมิติมาได้ไงเนี่ย

#7 By (202.12.97.119 /10.87.100.20) on 2007-04-12 15:11

หายากนะนี้ fic คู่นี้ แต่งอีกนะ อีกอีก เอาภาคต่อตอนมาเจอกันนะนะ

#8 By p (202.89.154.201) on 2007-04-14 16:07

ตามมาจากบอร์ดอินุจัง
แต่งสนุกจังเลยค่ะ

#9 By thaikitten (58.10.155.54) on 2007-04-14 17:32

น่ารักอ่ะๆ
รีเควสภาคต่อๆ
นะนะน๊า
มันหาอ่านยากอ่ะเรื่องนี้ แย่จัง..เฮ้อ

#10 By sky (58.9.159.187) on 2007-04-20 23:07

กรี๊ดดดด ชอบม้ากกกก>___<!!~
เราจิ้นไว้หลายคู่เหมือนกัน555+
อ้าก!~รพินทร์ทามมายยอมแงซายง่ายจาง >[]< อิอิ แต่ก็หนุกมากจ้า
กะว่าจะเขียนฟิคเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะไปเขียนตอนไหน คุณพนมเทียนท่านเขียนซะไม่ข้ามสักตอนอย่างนั้น^w^


เขียนอีกน้าๆๆๆ
แต่งดีมากกกกกก เลยค่ะ
ภาษาสวยมากถึงมากที่สุดดดดด

#12 By อยากอ่าจริง ๆ นะ (119.31.54.209) on 2009-04-07 01:34

ชอบๆๆๆๆๆ

อ่านไปจิ้นไปเหมือนกัน เขายังอ่านได้เเค่4-5เล่มก็จิ้นเเล้ว เพื่อนมันเล่าตอนจบให้ฟังนี่เเบบว่า ...

เขียนต่อเถอะค่ะ

#13 By sasara (124.120.146.172) on 2009-08-10 12:59

แอบชอบคู่นี้เหมือนกันค่ะ อยากอ่านอีกเรื่อย ๆ
แต่งอีกนะคะ

มันเป็นแค่จินตนาการในอีกด้านนึงของคนรักเพชรพระอุมาเท่านั้นเอง

ชอบมากมาย

#14 By ผกา (125.26.152.192) on 2009-09-05 20:03

เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ ....
ถึงแม้ว่าบล็อกนี้จะโดนดองอย่างถาวรไปแล้ว
แต่ฟิคเพชรพระอุมาจะมีภาคต่อในเร็วๆ นี้
เนื่องด้วยทนแรงกดดันไม่ไหว 55555
หากคลอดเมื่อไหร่ จะมาแปะลิงค์ให้ไปอ่าน หรือแปะที่นี่ล่ะนะคะ

รอต่อปายยยยยยยย question

#15 By Deeจังเนอะ on 2009-09-24 18:44

กลับมาอ่านเป็นรอบที่ล้าน แล้วเจอประกาศข่าวดี

กรี้ดๆๆๆ รออ่านอย่างจดจ่อค่ะ

เอ่อ...ขอกดขอดันช่วยอีกคนนะคะ


อ้ากกกก ตื่นเต้นๆๆ อยากอ่านค่ะ คิดถึงผู้กองกะแงซายจะแย่แล้วววววววว

#16 By ผกา (125.26.198.2) on 2009-09-28 01:22

เอ่อ เข้ามาเป็นกำลังใจให้ผู้แต่งค่ะ

แหะๆๆ ยังรออ่านอยู่นะคะ


คิดถึงรพินทร์กะแงซายจริงๆ เลย

#17 By ผกา (113.53.170.204) on 2009-10-31 19:04