[Fic FFVII]Things never forgotten (END)

posted on 16 May 2007 12:22 by deej  in Fictions

Fiction: Final Fantasy VII (Advent Children)

Title: Things never forgotten

Author: Dจัง

Category: ง่า จัดไม่ค่อยถูก Drama ได้มะ??

Paring: ?? X Cloud

Rate: PG

Author note: ทำม๊ายเรื่องนี้มันธรรมดาแบบนี้เนี่ยยยยย

**********************

ขอจงร่วมใจกันอีกครั้ง กับผู้ซึ่งรักและผูกพันกับโลกใบนี้......

ไลฟ์สตรีม --สิ่งที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของโลกซึ่งเป็นแหล่งพลังของทุกๆ ชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ชินระคอมพานีได้ค้นพบมันเข้า ..จึงได้นำพลังงานนั้นมาใช้ในธุรกิจ นั่นก็ทำให้เราได้ใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราและสะดวกสบาย ..แต่มันก็เป็นการบั่นทอนชีวิตของดวงดาวเช่นกัน มีคนมากมายที่ตระหนักถึงเรื่องนั้นดี ชินระจึงต้องใช้กำลังจัดการกับทุกคนที่พยายามต่อต้าน --ด้วยกำลังกองทัพที่เข้มแข็งของเขาเอง นานมาแล้วพวกเขาได้จัดการกับสิ่งที่มาจากฟากฟ้าซี่งมาเพื่อที่จะทำลายดาวดวงนี้ได้สำเร็จ และได้ผนึกพลังของมันไว้...ซึ่งมันคือ "เจโนวา"

เซฟิรอธ--หนึ่งในทหารชั้นแนวหน้าแห่งกองกำลังทหารพิเศษชินระ ได้ค้นพบว่า..ตนนั้น เป็นเพียงผลผลิตจากการทดลองของชินระเท่านั้น --เขาจึงเกลียดชังชินระ ...จนในที่สุด เขาก็เกลียดชังทุกสิ่งทุกอย่าง หรือแม้แต่ผู้ที่ต่อต้านชินระก็ตาม ...ด้วยความเกลียดชังอันมหาศาลนั้น เซฟิรอธเริ่มที่จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า..แม้กระทั่งดวงดาว หากยังมีคนกลุ่มหนึ่งได้พยายามต่อสู้เพื่อขัดขวางเซฟิรอธไว้ การปะทะเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง... สิ่งที่ได้รับมีเพียงความโศกเศร้าและการสูญเสียเท่านั้น จนในวันหนึ่ง..วันแห่งโชคชะตา พลังแห่งดวงดาวก็ได้ยุติสงครามทั้งหมดด้วยตัวมันเอง โดยมีไลฟ์สตรีมป็นเสมือนอาวุธ --ไลฟ์สตรีมได้แผ่ขยายเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งโลก-- มันได้ชำระล้างทั้งสงคราม ความโลภ ความทุกข์ ..และกลืนกินไปจนหมดสิ้น

สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลง

แต่ดูเหมือนว่าดวงดาว..จะยังคงเหลือไว้ซึ่งความโกรธแค้น ที่ทุกคนไม่ทันได้คาดคิด ..นั่นคือ"โรครอยแผลดวงดาว"

ทว่า.. ทุกสิ่งที่เป็นไปนั้น..เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อให้วิญญาณเซฟิรอธได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล และการตื่นขึ้นนั้นนำพามาสู่การต่อสู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงอีกครั้ง และด้วยปาฏิหารย์จากผู้ล่วงลับ--โรครอยแผลดวงดาวหายไปในที่สุด พร้อมกับการหลับใหลของเซฟิรอธอีกครั้งด้วยฝีมือของคลาวด์ --ชายผู้สูญเสียคนสำคัญในสงคราม ..ชายผู้โทษตัวเองเสมอ..เขาไม่อาจปกป้องใครได้ นั่นคือความผิดบาปที่มีอยู่ในใจเรื่อยมา

.......ในที่สุด เมื่อเวลาและเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านพ้นไป เขาก็สามารถยกโทษให้ตัวเองได้ หาก..บางส่วนในจิตใจ ..ว่างเปล่า มันว่างเปล่าจนน่ากลัว ซึ่งถึงแม้จะดูว่าไม่เป็นไรอีกแล้ว ..แต่ไม่มีใครรู้ แม้นในยามหลับตา ..สิ่งที่มักมองเห็นก็ยังคงเป็นการสู้รบกันในครั้งเก่าก่อน โดยเฉพาะ เขา--ชายผู้ชิงชังทุกสิ่งและโลกใบนี้เหลือทน-- ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตา หรือแม้กระทั่งน้ำเสียงที่แสนเย็นชาและเย้ยหยัน ...ทุกอย่างยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะพยายามลืมและกดมันให้จมลึกสู่ก้นบึ้งจิตใจเพียงใด ก็ไม่อาจลบภาพเหล่านั้นออกจากความผันได้...ไม่อาจลบได้เลย

ฝันกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม...เส้นผมสีเทาเงินพลิ้วไหวดั่งโลดแล่นอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งสงคราม นัยน์ตาสีเทาเยียบเย็นมองหมิ่นซึ่งทุกสิ่งเบื้องหน้า ทว่า...บางครากลับฉายแววแห่งความเศร้าอยู่ลึกๆ หากไม่มีสงคราม..หากไม่มีการสูญเสีย ...ทุกอย่างคงดีกว่านี้

ก๊อก กอ๊ก

"คลาวด์ ตื่นหรือยัง?? คนของชินระคอมพานีมาหา" เสียงของทีฟาเข้ามาปลุกจากห้วงฝันที่ซ้ำซาก..

เปลือกตาที่เผยอเปิดดูจะคร้านๆ ไม่เต็มใจตื่นเท่าใดนัก "ใคร"

"เรโนกับรู้ด" แค่ได้ยินชื่อก็ไม่อยากออกไปเจอเสียแล้ว ถ้าเรโนมา..คงไม่พ้นเรื่องเดิมๆ อย่างแน่นอน จะให้กลับไปเป็นคนของชินระอีกครั้ง ..มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว

คลาวด์เตรียมชิ่งหนีทันทีด้วยการหนีออกทางหน้าต่างของห้อง เมื่อโดดลงพื้นก็วิ่งเพียงไม่กี่อึดใจมาถึงมอเตอร์ไซค์คันโต

"เฮ้ย!! คลาวด์!! นี่แกหนีอีกแล้วเรอะ โธ่เว้ยยย" เสียงสบถหัวเสียดังลั่นไล่หลังไปอย่างหงุดหงิดเต็มที่ "แกมันน่าเบื่อไม่เคยเปลี่ยนเลย!!" เรโนยืนกระฟัดกระเฟียดมองตามแผ่นหลังของคลาวด์ก่อนชักกระบองคู่กายออกมาเงื้อสุดแขนเขวี้ยงส่งอย่างขัดใจ แต่.....

ผัวะ!!

"อั่กกก!!@!"

...ดันเงื้อแขนแบบไม่มอง กระบองแข็งๆ ก็เลยฟาดเอาหน้าคู่หูที่ยืนเยื้องอยู่เบื้องหลังซะนี่ดิ -_-lll ทีฟาเองที่เห็นเหตุการณ์แต่แรกก็หัวเราะคิกคักขบขันคู่หูคู่บ้าจนตัวงอน้ำตาเล็ด

"แก!! เรโน.. ไอ้ซุ่มซ่ามเอ๊ย มันเจ็บนะโว้ย"

"เออ ก็มันไม่มีตาหลังนี่หว่า.. ไม่ระวังเองช่วยไม่ได้เว่ย"

"คึ!! อ๊ะ..แว่นชั้น..ร้าวเลย แกกกก เห็นมั้ยยยยย!!"

"แกก็มีอยู่เป็นกระตั้ก ยังมาบ่นหาไรอีกฟะ เบื่อโว้ยยย"

สองคู่หูยังคงโหวกเหวกโวยวายกันอยู่หน้าบ้านคนอื่น ถกเถียงกันจน...อาจลืมจุดประสงค์ตอนแรกกันไปแล้วก็ได้ ...รอยยิ้มขันแต้มอยู่บนมุมปากของคนหลบหนี ..นัยน์ตาแสนโดดเดี่ยวอ่อนแสงลงชั่วขณะก่อนจางหายไปพร้อมกันรอยยิ้มที่หายากนั่น คลาวด์คิดเสมอ..หากมีคนอย่างเรโนมากๆ รอยยิ้มจะไม่สูญหายไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน เขาเอง..ก็อยากยิ้มและหัวเราะได้จากใจอย่างนั้นบ้าง

.........................................

เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง และ..โบสถ์ร้างที่ไร้ผู้คน ...ทุ่งดอกไม้ทุ่งน้อยๆ ขึ้นอยู่กลางโบสถ์ยังความสดชื่นมาให้แก่ผู้มอง --ด้วยพื้นโบสถ์นั้นยุบพังอันเป็นพื้นที่เปิดโล่งให้พันธุ์ไม้ได้เติบโต เป็นความสวยงามเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางซากของเมืองแห่งนี้ ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปกลางทุ่งดอกไม้เล็กๆ นั่น ก่อนล้มตัวลงนอนอย่างผ่อนคลาย

สายลมเอื่อยอ่อนพัดพาเอากลิ่นหอมของดดอกไม้กำจายไปทั่ว คลาวด์สูดลมหายใจเข้าลึกดื่มด่ำ ..บรรยากาศสงบเงียบ ความสบายใจจึงพาร่างนอนเหยียดสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

ไอเย็นเยือกพัดผ่านกระทบกายวูบหนึ่งแล้วหยุดนิ่ง ..หนังตาบางเปิดออกอย่างรวดเร็วและตื่นตัว ระแวดระวังทุกลมหายใจ ..นัยน์ตาสีฟ้ากลอกไปมาสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น แล้วดวงตาคู่นั้นพลันเบิกโพลงอย่างประหลาดใจระคนตระหนก...บุคคลที่ไม่น่าพบยืนอยู่รอบกายถึง 3 คน --เหล่ากลุ่มคนที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่บนดาวดวงนี้อีกแล้ว--

"ทำหน้าแปลกใจเชียวนะ ..พี่ชาย" ลอซ..เจ้าของใบหน้าทะเล้นยืนคร่อมร่างของเขาก่อนนั่งทับลงบนหน้าขา ส่วนยาซูกับคาดาจยืนมองมาด้วยรอยยิ้มอยู่เหนือศีรษะของเขา

"พวกนาย..."

"พวกเรามาเยี่ยม ตอนนี้..เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้วนะ" คาดาจเอ่ยขึ้นแล้วก้าวเข้ามานั่งคุกเข่าเกือบชิดกับศีรษะของเขา

เมื่อบรรยากาศไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด ร่างกายที่เครียดเกร็งจึงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด การพูดอย่างปกติทั่วไปจึงเกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาสนทนากับคนที่เคยต่อสู้กันจนแตกดับกันไปข้างแบบนี้

อา....ความฝัน

"ใช่.. ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วล่ะ"

"แต่ยังเหงาอยู่ใช่มั้ย?" ยาซูที่ยืนห่างออกไปและเงียบมาโดยตลอดเอ่ยขัดขึ้นราวกับจับความรู้สึกในน้ำเสียงได้

"................" คลาวด์เอาแต่เงียบไม่ยอมตอบ ..ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่ไม่รู้จะตอบว่าอะไรต่างหาก ก็ไอ้ความว่างเปล่าโหวงเหวงในใจนี่มันคืออะไรกันแน่ล่ะ???

ถ้าไม่ใช่...ความเหงา

"ท่านพี่... เค้า ฝาก นี่ มาล่ะ" ใบหน้าที่อยู่ห่างจากศีรษะของเขาเพียงไม่กี่คืบก้มลงมาแล้วนำของฝากที่ว่ามอบให้ยังริมฝีปากสีจัด --จูบผะแผ่วนุ่มเบาดุจขนนก-- "แล้วบอกว่า จะมาหา นะ อ้อ..อีกอย่าง ท่านแม่ฝากความคิดถึงมาด้วย"

แสงสว่างจัดจ้าพรางสายตาของคลาวด์จนพร่ามัว ชายหนุ่มจึงต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้

"นี่.. ก็บอกแล้วไงว่าชั้นยังไม่อยากมีลูกตัวโตๆ แบบนี้น่ะ ฮึฮึ..เนอะ คลาวด์" เสียงแจ่มใสของหญิงสาวที่เคยคุ้นลอยมาตามสายลมเอื่อย ..น้ำเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยนแปลง

"ไปนะ พี่ชาย.."

เสียงที่ฟังดูห่างไกลทำให้คลาวด์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของชายทั้งสามหายไปแล้ว ...เขา ตื่นจากความฝันแล้วจริงๆ คลาวด์ขยับตัวลุกนั่งกุมขมับอย่างครุ่นคิด ..ถึงแม้จะแค่ความฝัน แต่มันทำให้ต้องคิด --เค้า ที่ว่าคือใคร? ของฝากนั่นอีกล่ะ?? แล้ว จะมาหา เนี่ย..หมายความว่าอะไรกันแน่นะ???

"คลาวด์" เสียงเรียกจากทีฟาที่เดินเข้ามาดึงเขาออกจากภวังค์ เมื่อหันไปมองจึงรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้มาคนเดียว ร่างเล็กๆ สองร่างจูงมือทีฟามากันคนละข้าง ..หนูน้อยเด็นเซลกับมาลีน ..กับรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์..ยาชั้นดีที่มักเยียวยาจิตใจที่อ้างว้างได้เสมอ ทว่า..กลับไม่ทำให้มันหายไปได้อย่างถาวรเสียที

"คลาววววววววววววววด์" เด็กหญิงตัวน้อยๆ โผนเข้าหาจนเจ้าของชื่ออดที่จะโอบกอดไว้เต็มอ้อมแขนไม่ได้ ก่อนเหวี่ยงร่างน้อยๆ นั้นไปรอบตัวสร้างเสียงหัวเราะให้ไม่น้อย "ไปเล่นกันนะ พี่น่ะ..ทำไมหมู่นี้หนีหายเรื่อยเลย" มาลีนตัดพ้อคนที่อุ้มตัวเองไว้อย่างแสนงอน

ชายหนุ่มยิ้มให้มาลีนน้อยๆ ไม่ยอมตอบคำถามแถมเลี่ยงด้วยการพามาลีนมานั่งเล่นบริเวณกลางแปลงดอกไม้ที่งดงามแทน และทีฟาก็จับสังเกตความผิดแผกนี้ได้.. ถึงยามปกติชายหนุ่มจะนิ่งเงียบและพูดน้อยอยู่เป็นนิจ แต่ครั้งนี้คลาวด์เงียบเกินไป ใบหน้าที่เคร่งเครียดและเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนเริ่มกลับมาอีก

มาลีนคงเบื่อที่จะนั่งอยู่เฉยๆ เลยไปวิ่งเล่นกับเด็นเซลแทน จึงเป็นโอกาสให้ทีฟาได้ ซักฟอก ชายหนุ่มได้อย่างสะดวกเสียที

"นี่..คลาวด์ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอเงียบๆ ไปนะ กังวลเรื่องพวกชินระหรือเปล่า?" ทีฟานั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มด้วยท่าทีสบายๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนไม่คาดคั้น ..เหมือนเป็นการสนทนาธรรมดาทั่วไป แต่ในน้ำเสียงเรียบเรื่อยนั้นก็แฝงความห่วงใยไว้ด้วย..พร้อมๆ กับการจับผิด... สัญชาติญาณที่ผู้หญิงทุกคนมีอยู่ในตัว

คลาวด์ก้มหน้าไม่สบตา ..หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด จะให้บอกได้อย่างไรว่าเขาฝันถึงคนๆ นั้น.. ฝันถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีคนๆ นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องมาเกือบเดือนแล้ว ยิ่งนานวัน..เหตุการณ์ในฝันก็ยิ่งเป็นรูปเป็นร่าง เป็นเรื่องเป็นราวที่ชวนให้คิดว่า...ชายคนนั้นไม่เคยไปไหนเลย ยังอยู่..และรอคอยวันที่จะกลับมาอีกครั้ง ..ก็มีเพียงเมื่อครู่นี่แหละ ที่ฝันถึงคนอื่นที่ไม่ใช่เขา.......

"ไม่มีอะไร แค่เบื่อๆ" มันก็ใช่.. แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของความกังวล

ทีฟาถอนใจยาว ต่อให้หล่อนจับผิดได้เก่งแค่ไหนมันก็เท่านั้น ..ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปริปากแล้วจะทำอะไรได้ "ตามใจนะ แต่ถ้าอยากบอกเมื่อไหร่ ..ฉันยินดีรับฟังทุกอย่าง..ทุกอย่างจริงๆ" มือบอบบางกอบกุมมืออีกฝ่ายแน่นราวต้องการถ่ายทอดความจริงใจให้รับทราบ และคลาวด์ก็สัมผัสถึงความปรารถนาดีนั้น..เขาบีบตอบหนักแน่นเป็นการรับรู้ ทว่า...เรื่องนี้มันยากจะพูดออกไปจริงๆ

.........................................

"คลาวด์"

'ใคร?'

"ทางนี้"

ท่ามกลางความมืดมิด ..ชายหนุ่มร่างโปร่งบางก้าวเดินไปอย่างไร้จุดหมาย เสียงเพรียกที่แว่วเข้ามาไม่อาจจับทิศทางได้ วูบแสงสะท้อนกับโลหะเรียบเงากระทบเข้าจักษุประสาท ก่อนโลหะชิ้นนั้นจะพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วชนิดไม่อาจขยับตัวได้ทัน เป้าหมายของมันคือโคนขา..

ฉึก!!

"อ๊ากกกกกกกกกก" ร่างของคลาวด์ทรุดลงกับพื้น เสียงร้องอย่างเจ็บปวดก้องกังวานไปไกลเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

ปัง ปัง ปัง!!

"คลาวด์!! คลาวด์!! เป็นอะไร?? เปิดประตูที" ทีฟาระรัวทุบประตูห้องอันเป็นที่มาของเสียงร้องอย่างเจ็บปวดท่ามกลางความสงัดเงียบของราตรีกาล เสียงนั้นดังยาวนานบ่งบอกว่าเจ้าของเสียงเจ็บปวดเพียงใด หล่อนรีบรุดมายังห้องของชายหนุ่มทันทีที่ได้ยิน

ร่างที่นอนเหยียดอยู่บนที่นอนพลันผวาตื่นขึ้น มือทั้งสองข้างตะปบเข้าที่โคนขาที่ตัวเองคิดว่ามีดาบปักอยู่ ใช้เวลาในการปรับจิตใจเพียงครู่เดียวเขาก็เข้าสู่สภาวะปกติ..ระลึกได้ว่านั่นเป็นความฝัน ความฝันที่รู้สึกเจ็บได้อย่างสมจริง คลาวด์ตัดสินใจเปิดประตูให้ทีฟาเข้ามาแล้วอธิบายเพียงแต่ว่าฝันร้ายเท่านั้น ให้หญิงสาวกลับไปนอนต่อ ทีฟามองใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อผุดซึมและซีดเซียวอย่างกังวลใจ หล่อนลูบมือไปยังแก้มเย็นชืดเบาๆ "งั้นฉันไปนอนนะ มีอะไรก็มาเรียกได้นะ"

"อืม"

หลังจากหญิงสาวกลับไปห้องของตัวเองแล้ว คลาวด์ยังคงยืนพิงบานประตูอย่างคนหมดแรงอยู่นาน มือข้างหนึ่งขยุ้มยังบริเวณโคนขาอันจำได้ดีว่าในฝันนั่น...ดาบยาวๆ ที่เขารู้จักดีเล่มนั้นสร้างความเจ็บปวดให้ขนาดไหน แม้จะมีแต่เพียงความมืดมิดรายล้อมอยู่รอบตัว แต่กลับรู้สึกว่าเขาได้เห็นใบหน้าเจ้าของดาบแสยะยิ้มเยาะเย้ยก่อนผวาตื่นอย่างแน่นอน ...แม้จะแค่ครู่เดียวก็ตาม

"เฮ่อออ หมอนั่นอีกแล้ว... นายต้องการอะไรกันแน่?? เซฟิรอธ..." ท้ายเสียงทอดอย่างอ่อนล้า ในสมองได้แต่ครุ่นคิดว่าฝันนั่นมีความหมายอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่อาจแปลรหัสใดๆ ได้ เขาตาสว่างจนคิดว่าคงหลับไม่ลงอีกแล้วจึงตัดสินใจย่องออกจากห้องเพื่อมายังมอเตอร์ไซค์คันโตของเขาแล้วขับออกไปอย่างเงียบเชียบที่สุด

สายลมและน้ำค้างก่อนฟ้าสางเย็นเยียบบาดผิวเนื้อ แต่คลาวด์กลับไม่ยินยลสนใจสิ่งเหล่านั้น ...ไร้จุดหมาย รถยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มต้องการไม่คิดอะไรให้มันปวดหัวไปมากกว่านี้

"อาจิท" --ป่าแห่งคำสัญญา ต้นไม้ขนาดยักษ์ส่องแสงเรืองรองด้วยตัวมันเองพาให้ป่าแห่งนั้นสวยงามอย่างประหลาด ..ทว่า กลับวังเวงและน่ากลัวในคราวเดียวกัน เขามายังที่แห่งนี้โดยไม่รู้ตัว

คลาวด์ทิ้งพาหนะไว้กับที่แล้วเดินผ่านเข้าไปในป่านั้น ลึก ..และลึกเข้าไปเรื่อยๆ ใบหน้าแหงนมองเบื้องบนอย่างไร้จุดหมายแล้วปลายเท้าก็สะดุดเอารากไม้จนล้มคว่ำลงไป แต่เขากกลับนิ่งอยู่แบบนั้น ..ผิวหน้าแนบผืนดินเย็นชื้น

แล้วก่อนที่จะหลับตาลงอย่างคนเฉื่อยชาและเหนื่อยล้า..พลันนั้นปลายหางตาแลเห็นเงาคนเคลื่อนไหวลับหายไปหลังต้นไม้ห่างออกไปไม่มากนัก ชายหนุ่มทะลึ่งกายพรวดขึ้นมาเตรียมพร้อม นัยน์นาสีฟ้ากวาดมองทิศทางนั้นอย่างถี่ถ้วน เข้ามั่นใจว่าตนเองตาไม่ฝาดแน่...

"ออกมา!!"

เงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงแมลงร้องด้วยซ้ำ

แกร่ก

ทันทีที่ได้ยินเสียงแผ่วเบานั่นชายหนุ่มทะยานตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมดาบเล่มโตที่ติดอยู่กับพาหนะเป็นประจำ

ว่างเปล่า..ไม่มีใครทั้งสิ้น

แกร่ก

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง..แต่มันห่างออกไปจากตรงนั้น คลาวด์ก็ตามติดเข้าไปอีก แล้วก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังอยู่เบื้องหน้าตลอด..อาจเยื้องไปทางใดทางหนึ่งแต่มันก็มุ่งหน้าไปเรื่อยโดยเขาไม่เห็นตัวเจ้าของเสียง สุดท้ายก็ไปโผล่เอาทุ่งโล่งที่มีทะเลสาบ... ผืนน้ำนิ่งสนิทดำมืด...ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวแม้แต่สายลม เหมือนเวลาหยุดนิ่งก็ไม่ปาน

บางสิ่งบางอย่างไหลเอื่อยอยู่ในบรรยากาศ ทันทีที่รู้สึกถึงมัน..สติพลันดับวูบ เสมือนเรือนกายลอยคว้าง...รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อมีสัมผัสหนักหน่วงบริเวณลำคอ..แรงบีบเริ่มเพิ่มขึ้นทีละน้อย...ทีละน้อย กระทั่งคลาวด์รู้สึกตัวเต็มที่เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือประสงค์ร้ายนั้นเพื่อออกแรงยื้อลมหายใจให้แก่ตนเอง แล้วเมื่อมองไปยังใบหน้าเจ้าของมือคู่ใหญ่..ไม่น่าแปลกใจเลยว่าใครก็ตามที่ต้องการให้เขาตาย ไม่พ้นจะต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับชายผู้ชิงชังโลกใบนี้อย่างหาที่สุดมิได้

"เซ.. ฟิรอธ.." น้ำเสียงแหบแห้งลอดออกมาอย่างยากเย็น

แรงบีบหายไปอย่างกะทันหัน ..เซฟิรอธถอยห่างออกไปเล็กน้อยยืนมองร่างที่ทรุดลงกองกับพื้นและสำลักไออย่างเอาเป็นเอาตาย คลาวด์เงยหน้ามองรอยยิ้มเย็นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอย่างเจ็บใจ

"มาทำไมอีก แกน่าจะหลับอย่างสงบได้แล้วไม่ใช่รึ?"

"อา...คลาวด์ ชั้นเคยบอกแกหรือว่า..ชั้นจะยินยอมหลับ ทั้งๆ ที่แก...ยังคิดถึงชั้นทุกลมหายใจเข้าออกเช่นนี้"

"....... ไม่ ชั้นไม่เคยคิด.."

"อย่าปฏิเสธเลย ความคิดคำนึงของแกมันก็คือสิ่งที่ชักพาชั้นให้กลับมาอีกครั้งนั่นแหละ"

คลาวด์หยัดยืนเพื่อเผชิญหน้าอีกครั้ง ครั้งนี้ร่างทั้งร่างเตรียมพร้อมต่อการปะทะ พลังในกายไหลรวมไปยังหมัดทั้งสองรอคอยการบุก ...ทว่า..เซฟิรอธกลับไม่มีทีท่าคุกคามเข้ามาแต่อย่างใด

"แกต้องการอะไร เซฟิรอธ.."

"แกเคยบอกว่าชั้นจงเป็นแค่ความทรงจำในหัวของแก ...ยังจำคำพูดของแกได้มั้ย"

คลาวด์ขมวดคิ้วมุ่น "แล้วมันเกี่ยวอะไร ..จำได้สิ และชั้นก็ทำแบบนั้นจริงๆ ส่งแกกลับไปยังโลกไร้ตัวตน ให้แกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของไลฟ์สตรีม" ใช่..ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้ง เขาก็จะเอาชนะชายผู้นี้ให้ได้ ไม่ว่าตัวเองจะด้อยกว่าเพียงใด ไม่ว่าจะต้องยืมพลังจากใครต่อใครก็ตาม การมีตัวตนอยู่ของเซฟิรอธ...หมายถึงหายนะของดาวดวงนี้

"หึหึหึ แกคิดว่า..ตัวลำพังของแกเองจะเอาชนะชั้นได้ตลอดไปหรือไง?? ณ ที่นี้ เวลานี้ ไม่มีใครอื่นนอกจากแกกับชั้น ความอ่อนแอของแกจะเอาชนะพลังของชั้นได้งั้นหรือ..อย่าทำให้ขำหน่อยเลย"

ความโกรธเกรี้ยวและเจ็บแค้นกับคำถากถางทำให้คลาวด์ขาดสติ เขาพุ่งหมัดใส่อีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว ทว่า..เซฟิรอธเอี้ยวตัวหลบได้ในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนตวัดเตะเข้าที่ข้อเท้าจนทำให้ร่างที่ถลาเข้ามาล้มไม่เป็นท่า

"ชั้นกลับมา เพื่อจะบอกกับแกว่า..ชั้นจะไม่เป็นแค่ความทรงจำในหัวของแก... แต่ชั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของแกเลยล่ะ"

ชายหนุ่มดีดตัวขึ้นมาจากพื้นและรุกเข้าหาอีกครั้งด้วยสติที่พร้อมสู้ ทว่า..ทุกการโจมตีก็ทำได้เพียงเฉียดร่างของเซฟิรอธที่ทำราวกำลังเล่นกับเด็กเล็กๆ ..ที่ทำให้คลาวด์สุดจะทนก็คงเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ยังมีไม่เสื่อมคลาย..เหมือนกำลังบอกเขาว่า 'สำหรับชั้น..นายมันก็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นล่ะ'

เวลาผ่านไปเนิ่นนานคลาวด์ก็ยังคงทำอะไรเซฟิรอธไม่ได้ อย่าว่าแต่รอยขีดข่วน..แค่ทำให้เหนื่อยยังไม่ได้เลย ผิดกับตัวเขาเองที่บัดนี้เหงื่อใสๆ ผุดเต็มใบหน้า เสียงหอบหายใจคงเป็นเพียงสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ดังท่ามกลางความสงัดเงียบ ชายหนุ่มยืนจ้องร่างสูงตระหง่านเหมือนต้องการให้ร่างนั้นมอดไหม้ด้วยสายตาของเขา ...กลับยิ่งไปเพิ่มรอยยิ้มบนใบหน้าที่เย็นชาแทน

เซฟิรอธลอยตัวสูงขึ้นอย่างนุ่มนวลไปยืนสง่าบนโขดหินสูง ..ค่อยๆ นั่งลงหย่อนขาไขว้กันอย่างสบายอารมณ์

'ครั้งนี้คงไม่ใช่การทำลายล้างสิ่งอื่นนอกจากตัวชั้นสินะ' คลาวด์นึกขึ้นเมื่อเฉลียวใจคิดได้

"หึหึ ถูกแล้ว ชั้นมาเพื่อทำลายแก" สิ้นเสียง ร่างที่นั่งอยู่นั่นหายวับไปกับตา

ฟุ่บ

คลาวด์ตัวแข็งค้าง.. ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เซฟิรอธยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ซอกคอ แขนข้างหนึ่งค่อยเอื้อมโอบรัดรอบเอว ที่สำคัญ...มืออีกข้าง...ปลายนิ้วที่สามารถปลิดชีพคนได้..จ่ออยู่ที่คอหอยแบบประชิด

แต่ผิดคาดก็ตรงที่..เป้าหมายของมันไม่ใช่การจ้วงแทงดังที่คาด มือข้างนั้นกลับตวัดปลายคางของเขาแหงนเงย

"สิ่งสำคัญของแก ไม่ว่าอะไรชั้นก็อยากแย่งชิงมาทั้งหมดนั่นแหละ แต่รู้ไหม..ไม่มีสิ่งไหนที่จะทำให้ชั้นสะใจได้เท่ากับ ...การแย่งชิง หัวใจ ของแก" จากนั้นริมฝีปากคู่นั้นก็ฉกวูบลงมาบดเบียดโดยไม่ทันให้คลาวด์ได้ตั้งตัว

ชายหนุ่มพยายามผลักดันร่างที่อยู่เบื้องหลังให้ออกห่าง ทว่า..ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ที่ทำได้ก็มีแค่เสียงประท้วงอึกอักในลำคอ คลาวด์เปลี่ยนจากการใช้มือผลักมาเป็นใช้ศอกถองกลับไปโดยแรงทำให้หลุดมาได้ เซฟิรอธผงะห่างออกไปเล็กน้อยฝ่ามือกุมอยู่ที่ท้องที่เจ็บนิดๆ ด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ ...ไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่เลย

คลาวด์ใช้หลังมือปาดถูที่ริมฝีปากสีจัดของตนอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาสีฟ้ามองฝ่ายนั้นอย่างไม่เชื่อสายตาปนขุ่นเคือง "แกทำบ้าอะไรของแก!? เซฟิรอธ!!"

ไร้คำตอบ.. เซฟิรอธก้าวเข้ามาหาอีกครั้ง มือที่ยื่นออกมาเบื้องหน้าดูเหมือนจะกุมชะตาชีวิตเอาไว้... มาซามุเนะ--ดาบเล่มยาวอาวุธประจำกายปรากฏขึ้นในมือ ชายร่างสูงตวัดคมดาบจ่อเข้าที่ลำคอขาวและเดินกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้าย..ลำคอแตะเข้ากับโคนดาบ จากนั้นคมดาบก็อ้อมไปทาบกับแผ่นหลังบาง..ก็ค่อยๆ ออกแรงผลักดันให้ร่างนั้นแนบชิดเข้าหา..ใกล้..จนเห็นแม้กระทั่งแพขนตาที่ระริกไหวด้วยความหวาดหวั่น

คลาวด์ลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ นัยน์ตาสีเทาลึกไร้ก้นบึ้งกำลังสะกดให้ร่างกายของเขานิ่งงัน หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง..มันเต้นระทึกเหมือนจะหลุดออกมานอกอกเสียให้ได้ หมัดทั้งสองเกร็งกำแน่น สมองของชายหนุ่มกำลังทำงานอย่างหนัก..หนทางเอาตัวรอดดูเหมือนจะไม่มีเอาเสียเลย เบื้องหลังคือคมดาบที่ตัดผ่านร่างของเขาเมื่อไหร่ก็ได้..เบื้องหน้าคือสายตาเย็นชา--ที่จัดจ้าไปด้วยอารมณ์หลากหลาย รอยยิ้มแสนร้ายกำลังโน้มใกล้ลงมาเรื่อยๆ

"ก็อย่างที่บอก ..ชั้นกำลังแย่งชิงหัวใจของแกไง"

ดาบเล่มยาวเลือนหายไปพร้อมกับที่เซฟิรอธผลักร่างเล็กกว่าลงกับผืนหญ้านุ่มและชื้นไปด้วยหยาดน้ำค้างแล้วคร่อมทับเป็นกำแพงที่ดียิ่งกว่ากำแพงใดๆ เพราะแค่จะหนีสายตาคลาวด์ยังไม่อาจทำได้

"ชั้นกลับมาหาแกแล้วตามคำเรียกร้อง เพราะงั้นแกก็น่าจะให้สิ่งตอบแทนกลับมาบ้าง"

เซฟิรอธตรึงร่างเบื้องล่างไว้อย่างแน่นหนา..ยากที่จะดิ้นรน ริมฝีปากแนบประทับทุกส่วนบนใบหน้าซีดขาวตื่นตระหนก ..วกกลับมาตักตวงและยัดเยียดความหวามไหวเกินต่อต้าน

"แกไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะรักใคร... แต่แกเกิดมาเพื่อที่จะถูกรัก ..จำไว้"

แค่ประโยคสั้นๆ

แค่นั้นที่พรากเรี่ยวแรงและความดันทุรังสลายสิ้น นัยน์ตาสีฟ้าที่มักฉายแววแห่งความโดดเดี่ยวอยู่เป็นนิจพริ้มหลับ ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ

...หมาป่าผู้โดดเดี่ยวกำลังถูกโอบกอด อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนหวาน และเป็นพันธการแห่งความอบอุ่น ..เรือนกายทั้งสองเหมือนกับกำลังหลอมละลายรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง ความรู้สึกยามไหลรวมไปกับไลฟ์สตรีมพร้อมๆ กับชายผู้ที่กำลังสอดประสานกายเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่นี้วูบเข้ามาในมโนสำนึกเป็นครั้งคราว

เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือน ..ความโดดเดี่ยว ความเหงา.. หัวใจกำลังถูกถมช่องว่างจนเติมเต็ม

'หากชั้นเกิดมาเพื่อที่จะถูกรัก ..แล้วแกล่ะ รักชั้นบ้างไหม???'

แสงสว่างพร่างพราวและอบอุ่นโอบล้อมโดยรอบ ..อ้อมกอดที่แสนเจ็บปวดค่อยคลายลงแล้วแทนที่ด้วยความอ่อนหวานอุ่นวาบในหัวใจ นัยน์ตาสีฟ้ายังคงพริ้มหลับแต่รับรู้ความรู้สึกทั้งหลายด้วยประสาทสัมผัสส่วนอื่นอย่างดื่มด่ำ..และจารจำให้ลึกจนสุดใจ

'ระหว่างแกกับชั้น มันไม่ใช่แค่ความรักหรอก'

ปรารถนาที่มอบให้แก่กันและกันที่ดูเหมือนจะเย็นชา ทว่า..กลับดึงดูดให้สัมผัสกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงลมหายใจหนักหน่วงดังเหมือนไม่มีวันจบสิ้น ......กระทั่งในที่สุด เสียงครางลึกในลำคออย่างพีงพอใจของคนทั้งคู่ก็ดังขึ้นพร้อมๆกัน

"ครั้งนี้ชั้นชนะ ...หัวใจของแกอยู่ที่ชั้น และอย่าหวังจะได้กลับคืน แล้วเจอกัน"

อ้อมแขนและไออุ่นค่อยเลือนหาย พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วล่องลอยไปไกล --ที่ได้ยินในหัวมิใช่โสตประสาท

ในตอนนั้นเองที่คลาวด์หวนนึกถึงความฝันซ้ำซากที่ไม่เคยแปลความหมายได้ บัดนี้ชัดเจนแล้ว...ของฝากแสนนุ่มนวลที่คาดาจนำมาให้ กับคำกล่าวที่ว่าจะมาหา และ...ความเจ็บปวดจากคมดาบในห้องที่มืดมิด --เซฟิรอธจะมาเพื่อมอบความเจ็บปวดที่แสนหวานกับพรากแสงสว่างจากหัวใจของเขาไปพร้อมกัน

....

.........

.............

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดลงมาผ่านกิ่งไม้และสะท้อนกับไอน้ำค้างจนเกิดสีสันที่สวยงาม ...วินเซนต์เดินตรงเข้ามายังร่างขาวโพลนที่นอนขดตัวอยู่กับพื้นหญ้าเย็นชื้น

ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมของตนห่อหุ้มร่างเปล่าเปลือยนั้นไว้ ก่อนประคองขึ้นโอบอุ้ม

เปลือกตาบางเริ่มขยับไหว นัยน์ตาสีฟ้ายังดูเลื่อนลอยเหมือนยังไม่ได้สติเต็มตื่นเหลือบขึ้นมองใบหน้าเรียบเฉยที่ก้มลงมาสบตาด้วย

"....วินเซนต์"

"ชั้นจะพานายกลับบ้าน"

เมื่อได้ยินดังนั้นคลาวด์ซบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างผ่อนคลาย และปล่อยให้วินเซนต์พาร่างเขาไปตามแต่ที่อีกฝ่ายต้องการ

วินเซนต์วางร่างที่ยังหลับสนิทลงกับเตียงแล้วห่มคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนา มีทีฟายืนมองด้วยความเป็นห่วงอยู่ห่างๆ

"คลาวด์จะเป็นอะไรมากไหม?"

"แค่ได้พักก็ดีขึ้นเอง เธอออกไปก่อน..ชั้นจะเฝ้าไว้ให้"

"ขอบคุณนะ" ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนหันมาสนใจกับร่างที่ยังนอนนิ่งไม่ไหวติงต่อไป

"นายยังยึดติดไม่เคยเปลี่ยนเลยคลาวด์ ชั้นภาวนาเสมอ..ขอให้นายลืมมันได้เสียที ชั้นคงได้แต่หวังใช่มั้ย..ไม่มีใครแทนที่มันได้ หัวใจของนายไม่เคยลืมมันเลยแม้สักวัน" ใบหน้าที่ใครต่อใครเห็นว่ามันเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลา..ขณะนี้หมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่ทอดมองร่างเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรอย่างไม่ปิดบัง

ผ่านไปครึ่งวันเปลือกตาที่ปิดสนิทจึงลืมขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้านิ่งๆ ของวินเซนต์ ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงและมองมายังเขา "อรุณสวัสดิ์" คลาวด์เอ่ยทักขึ้นด้วยเสียงแหบๆ

"บ่ายแล้ว"

"งั้นก็สวัสดีตอนบ่าย"

"อืม"

คลาวด์เหม่อมองไปบนเพดานพลางถอนหายใจ "ขอโทษ"

"เรื่องอะไร?"

"ที่ทำให้พวกนายเป็นห่วงอีกแล้ว"

"รู้ตัวก็ดี คราวหน้าอย่าหายไปแบบนี้อีก ไม่ใช่แค่ทีฟากับเด็กๆ ที่เป็นห่วงนาย...ชั้นเองก็เป็นห่วงนายเหมือนกัน"

"ขอบคุณ ..............หมอนั่น"

"หืม?"

"เซฟิรอธ ......หมอนั่นบอกว่า ชั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะรักใคร แต่เกิดมาเพื่อที่จะถูกรัก ..เห็นทีคงจะจริงอย่างที่หมอนั่นว่า แถมครั้งนี้ยังชนะชั้นด้วยสิ..เอาหัวใจของชั้นไปได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน หมอนั่นต้องกลับมาอีกแน่ๆ ถ้าเจอกันก็ต้องสู้กันอีก..ชั้นไม่อยากสู้แล้ว" คลาวด์หลับตาลงอีกครั้งด้วยความเหนื่อยใจ แต่ต้องลืมตาอีกครั้งเมื่อมีอ้อมกอดที่รัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ

"วินเซนต์?"

"เป็นชั้นไม่ได้เหรอ.. ที่อยู่ในหัวใจของนาย เป็นชั้นไม่ได้รึไง" ชายหนุ่มพึมพำออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ "อา..แม้ชั้นจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ก็ยังหวัง โง่จริง"

นัยน์ตาสีฟ้าเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส ...เขาจะสงสารใครดี วินเซนต์..หรือตัวเขาเอง? "ไม่หรอก ชั้นต่างหากที่โง่"

"นี่....ความรู้สึกที่เคยว่างเปล่ามันหายไปแล้ว..ตั้งแต่หมอนั่นเอาหัวใจของชั้นไป ..มันไม่ว่างเปล่าอีกเลย แล้วนายรู้อะไรมั้ย..แม้ว่าชั้นไม่อาจลืมหมอนั่นได้ แต่ว่าชั้นไม่ได้มีหัวใจไว้เพียงเพื่อรอหมอนั่นเพียงคนเดียวหรอกนะ ระหว่างชั้นกับเซฟิรอธมันเกินคำว่ารักไปแล้ว ชั้นต้องมีชีวิตต่อไป..จริงมั้ย?"

"อืม แล้วชั้นจะรอ วันที่นายเปิดใจรับชั้นจริงๆ" แม้ความหวังนั้นจะเลือนรางเต็มทีก็ตาม

คลาวด์กอดตอบด้วยความรู้สึกขอบคุณ ชายหนุ่มเองก็หวังให้เป็นแบบนั้นในสักวัน วันที่จะรับใครคนอื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ แม้แท้ที่จริงเขาก็ยังรอคอยการกลับมาของใครคนนั้นก็ตาม

'ขอบใจนะเซฟิรอธ ..การได้ถูกรักน่ะ ดีจริงๆ'

.~~EnD~~.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แค่นี้ก็มากมายสำหรับพี่แล้วล่ะจ้า

ปลาบปลื้มน้ำลาย เอ๊ย น้ำตาจะไหล

ชอบเวลาหนูดีเขียนฟิค

อ่านแล้วรู้สึกดีจริงๆ

อิอิ ถ้าให้ดี เค้าขอฟิคบลีชอีกสักเรื่องได้ไหมอ่ะ

#1 By หนมชั้น (58.136.207.221) on 2007-05-19 21:03

ถึงแม้ว่าเรื่องเกี่ยวกับความรัก และอยากจะชิงหัวใจคลาวด์ หลุดออกจากปากเซฟิรอทแล้วจะทำให้รู้สึกหยิวหน่อยๆ แต่กลิ่นของเรื่องใช้ได้เลยค่ะ ชอบที่คลาวด์หมกมุ่นอยู่กับเซฟิรอท จำยอมแต่ก็ยังขัดขืน มีความซ้อนทับในตัวเอง

แหม่ แต่สุดท้ายดันจบลงด้วย วินเซนต์คลาวด์ อันที่จริงคู่นี้ก็มีอะไรคล้ายๆกันนะคะ น่าจะไปด้วยกันได้ แต่ยังไงๆข้าพเจ้าก็รัก เซฟี่คลาวด์ที่สุดล่ะค่ะ ^^

#2 By hyperkaoru (203.113.34.8) on 2007-06-10 21:35

โอ้ คุณ Hyperkaoru ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ ดีก็เป็นแฟนนิยายท่านเหมือนกันนะคะ อ่านตั้งแต่สมัยอยู่เลิฟบุคแน่ะ ว่าแต่ไม่แต่งนิยายแล้วหรือคะเนี่ย ?? แล้วแวะมาเยี่ยมกันอีกน๊า

#3 By Deeจังเนอะ on 2007-06-12 18:37