Fictions

[Fic FFVII]Things never forgotten (END)

posted on 16 May 2007 12:22 by deej  in Fictions

Fiction: Final Fantasy VII (Advent Children)

Title: Things never forgotten

Author: Dจัง

Category: ง่า จัดไม่ค่อยถูก Drama ได้มะ??

Paring: ?? X Cloud

Rate: PG

Author note: ทำม๊ายเรื่องนี้มันธรรมดาแบบนี้เนี่ยยยยย

**********************

ขอจงร่วมใจกันอีกครั้ง กับผู้ซึ่งรักและผูกพันกับโลกใบนี้......

ไลฟ์สตรีม --สิ่งที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของโลกซึ่งเป็นแหล่งพลังของทุกๆ ชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ชินระคอมพานีได้ค้นพบมันเข้า ..จึงได้นำพลังงานนั้นมาใช้ในธุรกิจ นั่นก็ทำให้เราได้ใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราและสะดวกสบาย ..แต่มันก็เป็นการบั่นทอนชีวิตของดวงดาวเช่นกัน มีคนมากมายที่ตระหนักถึงเรื่องนั้นดี ชินระจึงต้องใช้กำลังจัดการกับทุกคนที่พยายามต่อต้าน --ด้วยกำลังกองทัพที่เข้มแข็งของเขาเอง นานมาแล้วพวกเขาได้จัดการกับสิ่งที่มาจากฟากฟ้าซี่งมาเพื่อที่จะทำลายดาวดวงนี้ได้สำเร็จ และได้ผนึกพลังของมันไว้...ซึ่งมันคือ "เจโนวา"

เซฟิรอธ--หนึ่งในทหารชั้นแนวหน้าแห่งกองกำลังทหารพิเศษชินระ ได้ค้นพบว่า..ตนนั้น เป็นเพียงผลผลิตจากการทดลองของชินระเท่านั้น --เขาจึงเกลียดชังชินระ ...จนในที่สุด เขาก็เกลียดชังทุกสิ่งทุกอย่าง หรือแม้แต่ผู้ที่ต่อต้านชินระก็ตาม ...ด้วยความเกลียดชังอันมหาศาลนั้น เซฟิรอธเริ่มที่จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า..แม้กระทั่งดวงดาว หากยังมีคนกลุ่มหนึ่งได้พยายามต่อสู้เพื่อขัดขวางเซฟิรอธไว้ การปะทะเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง... สิ่งที่ได้รับมีเพียงความโศกเศร้าและการสูญเสียเท่านั้น จนในวันหนึ่ง..วันแห่งโชคชะตา พลังแห่งดวงดาวก็ได้ยุติสงครามทั้งหมดด้วยตัวมันเอง โดยมีไลฟ์สตรีมป็นเสมือนอาวุธ --ไลฟ์สตรีมได้แผ่ขยายเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งโลก-- มันได้ชำระล้างทั้งสงคราม ความโลภ ความทุกข์ ..และกลืนกินไปจนหมดสิ้น

สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลง

แต่ดูเหมือนว่าดวงดาว..จะยังคงเหลือไว้ซึ่งความโกรธแค้น ที่ทุกคนไม่ทันได้คาดคิด ..นั่นคือ"โรครอยแผลดวงดาว"

ทว่า.. ทุกสิ่งที่เป็นไปนั้น..เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อให้วิญญาณเซฟิรอธได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล และการตื่นขึ้นนั้นนำพามาสู่การต่อสู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงอีกครั้ง และด้วยปาฏิหารย์จากผู้ล่วงลับ--โรครอยแผลดวงดาวหายไปในที่สุด พร้อมกับการหลับใหลของเซฟิรอธอีกครั้งด้วยฝีมือของคลาวด์ --ชายผู้สูญเสียคนสำคัญในสงคราม ..ชายผู้โทษตัวเองเสมอ..เขาไม่อาจปกป้องใครได้ นั่นคือความผิดบาปที่มีอยู่ในใจเรื่อยมา

.......ในที่สุด เมื่อเวลาและเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านพ้นไป เขาก็สามารถยกโทษให้ตัวเองได้ หาก..บางส่วนในจิตใจ ..ว่างเปล่า มันว่างเปล่าจนน่ากลัว ซึ่งถึงแม้จะดูว่าไม่เป็นไรอีกแล้ว ..แต่ไม่มีใครรู้ แม้นในยามหลับตา ..สิ่งที่มักมองเห็นก็ยังคงเป็นการสู้รบกันในครั้งเก่าก่อน โดยเฉพาะ เขา--ชายผู้ชิงชังทุกสิ่งและโลกใบนี้เหลือทน-- ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตา หรือแม้กระทั่งน้ำเสียงที่แสนเย็นชาและเย้ยหยัน ...ทุกอย่างยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะพยายามลืมและกดมันให้จมลึกสู่ก้นบึ้งจิตใจเพียงใด ก็ไม่อาจลบภาพเหล่านั้นออกจากความผันได้...ไม่อาจลบได้เลย

ฝันกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม...เส้นผมสีเทาเงินพลิ้วไหวดั่งโลดแล่นอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งสงคราม นัยน์ตาสีเทาเยียบเย็นมองหมิ่นซึ่งทุกสิ่งเบื้องหน้า ทว่า...บางครากลับฉายแววแห่งความเศร้าอยู่ลึกๆ หากไม่มีสงคราม..หากไม่มีการสูญเสีย ...ทุกอย่างคงดีกว่านี้

ก๊อก กอ๊ก

"คลาวด์ ตื่นหรือยัง?? คนของชินระคอมพานีมาหา" เสียงของทีฟาเข้ามาปลุกจากห้วงฝันที่ซ้ำซาก..

เปลือกตาที่เผยอเปิดดูจะคร้านๆ ไม่เต็มใจตื่นเท่าใดนัก "ใคร"

"เรโนกับรู้ด" แค่ได้ยินชื่อก็ไม่อยากออกไปเจอเสียแล้ว ถ้าเรโนมา..คงไม่พ้นเรื่องเดิมๆ อย่างแน่นอน จะให้กลับไปเป็นคนของชินระอีกครั้ง ..มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว

คลาวด์เตรียมชิ่งหนีทันทีด้วยการหนีออกทางหน้าต่างของห้อง เมื่อโดดลงพื้นก็วิ่งเพียงไม่กี่อึดใจมาถึงมอเตอร์ไซค์คันโต

"เฮ้ย!! คลาวด์!! นี่แกหนีอีกแล้วเรอะ โธ่เว้ยยย" เสียงสบถหัวเสียดังลั่นไล่หลังไปอย่างหงุดหงิดเต็มที่ "แกมันน่าเบื่อไม่เคยเปลี่ยนเลย!!" เรโนยืนกระฟัดกระเฟียดมองตามแผ่นหลังของคลาวด์ก่อนชักกระบองคู่กายออกมาเงื้อสุดแขนเขวี้ยงส่งอย่างขัดใจ แต่.....

ผัวะ!!

"อั่กกก!!@!"

...ดันเงื้อแขนแบบไม่มอง กระบองแข็งๆ ก็เลยฟาดเอาหน้าคู่หูที่ยืนเยื้องอยู่เบื้องหลังซะนี่ดิ -_-lll ทีฟาเองที่เห็นเหตุการณ์แต่แรกก็หัวเราะคิกคักขบขันคู่หูคู่บ้าจนตัวงอน้ำตาเล็ด

"แก!! เรโน.. ไอ้ซุ่มซ่ามเอ๊ย มันเจ็บนะโว้ย"

"เออ ก็มันไม่มีตาหลังนี่หว่า.. ไม่ระวังเองช่วยไม่ได้เว่ย"

"คึ!! อ๊ะ..แว่นชั้น..ร้าวเลย แกกกก เห็นมั้ยยยยย!!"

"แกก็มีอยู่เป็นกระตั้ก ยังมาบ่นหาไรอีกฟะ เบื่อโว้ยยย"

สองคู่หูยังคงโหวกเหวกโวยวายกันอยู่หน้าบ้านคนอื่น ถกเถียงกันจน...อาจลืมจุดประสงค์ตอนแรกกันไปแล้วก็ได้ ...รอยยิ้มขันแต้มอยู่บนมุมปากของคนหลบหนี ..นัยน์ตาแสนโดดเดี่ยวอ่อนแสงลงชั่วขณะก่อนจางหายไปพร้อมกันรอยยิ้มที่หายากนั่น คลาวด์คิดเสมอ..หากมีคนอย่างเรโนมากๆ รอยยิ้มจะไม่สูญหายไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน เขาเอง..ก็อยากยิ้มและหัวเราะได้จากใจอย่างนั้นบ้าง

.........................................

เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง และ..โบสถ์ร้างที่ไร้ผู้คน ...ทุ่งดอกไม้ทุ่งน้อยๆ ขึ้นอยู่กลางโบสถ์ยังความสดชื่นมาให้แก่ผู้มอง --ด้วยพื้นโบสถ์นั้นยุบพังอันเป็นพื้นที่เปิดโล่งให้พันธุ์ไม้ได้เติบโต เป็นความสวยงามเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางซากของเมืองแห่งนี้ ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปกลางทุ่งดอกไม้เล็กๆ นั่น ก่อนล้มตัวลงนอนอย่างผ่อนคลาย

สายลมเอื่อยอ่อนพัดพาเอากลิ่นหอมของดดอกไม้กำจายไปทั่ว คลาวด์สูดลมหายใจเข้าลึกดื่มด่ำ ..บรรยากาศสงบเงียบ ความสบายใจจึงพาร่างนอนเหยียดสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

ไอเย็นเยือกพัดผ่านกระทบกายวูบหนึ่งแล้วหยุดนิ่ง ..หนังตาบางเปิดออกอย่างรวดเร็วและตื่นตัว ระแวดระวังทุกลมหายใจ ..นัยน์ตาสีฟ้ากลอกไปมาสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น แล้วดวงตาคู่นั้นพลันเบิกโพลงอย่างประหลาดใจระคนตระหนก...บุคคลที่ไม่น่าพบยืนอยู่รอบกายถึง 3 คน --เหล่ากลุ่มคนที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่บนดาวดวงนี้อีกแล้ว--

"ทำหน้าแปลกใจเชียวนะ ..พี่ชาย" ลอซ..เจ้าของใบหน้าทะเล้นยืนคร่อมร่างของเขาก่อนนั่งทับลงบนหน้าขา ส่วนยาซูกับคาดาจยืนมองมาด้วยรอยยิ้มอยู่เหนือศีรษะของเขา

"พวกนาย..."

"พวกเรามาเยี่ยม ตอนนี้..เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้วนะ" คาดาจเอ่ยขึ้นแล้วก้าวเข้ามานั่งคุกเข่าเกือบชิดกับศีรษะของเขา

เมื่อบรรยากาศไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด ร่างกายที่เครียดเกร็งจึงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด การพูดอย่างปกติทั่วไปจึงเกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาสนทนากับคนที่เคยต่อสู้กันจนแตกดับกันไปข้างแบบนี้

อา....ความฝัน

"ใช่.. ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วล่ะ"

"แต่ยังเหงาอยู่ใช่มั้ย?" ยาซูที่ยืนห่างออกไปและเงียบมาโดยตลอดเอ่ยขัดขึ้นราวกับจับความรู้สึกในน้ำเสียงได้

"................" คลาวด์เอาแต่เงียบไม่ยอมตอบ ..ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่ไม่รู้จะตอบว่าอะไรต่างหาก ก็ไอ้ความว่างเปล่าโหวงเหวงในใจนี่มันคืออะไรกันแน่ล่ะ???

ถ้าไม่ใช่...ความเหงา

"ท่านพี่... เค้า ฝาก นี่ มาล่ะ" ใบหน้าที่อยู่ห่างจากศีรษะของเขาเพียงไม่กี่คืบก้มลงมาแล้วนำของฝากที่ว่ามอบให้ยังริมฝีปากสีจัด --จูบผะแผ่วนุ่มเบาดุจขนนก-- "แล้วบอกว่า จะมาหา นะ อ้อ..อีกอย่าง ท่านแม่ฝากความคิดถึงมาด้วย"

แสงสว่างจัดจ้าพรางสายตาของคลาวด์จนพร่ามัว ชายหนุ่มจึงต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้

"นี่.. ก็บอกแล้วไงว่าชั้นยังไม่อยากมีลูกตัวโตๆ แบบนี้น่ะ ฮึฮึ..เนอะ คลาวด์" เสียงแจ่มใสของหญิงสาวที่เคยคุ้นลอยมาตามสายลมเอื่อย ..น้ำเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยนแปลง

"ไปนะ พี่ชาย.."

เสียงที่ฟังดูห่างไกลทำให้คลาวด์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของชายทั้งสามหายไปแล้ว ...เขา ตื่นจากความฝันแล้วจริงๆ คลาวด์ขยับตัวลุกนั่งกุมขมับอย่างครุ่นคิด ..ถึงแม้จะแค่ความฝัน แต่มันทำให้ต้องคิด --เค้า ที่ว่าคือใคร? ของฝากนั่นอีกล่ะ?? แล้ว จะมาหา เนี่ย..หมายความว่าอะไรกันแน่นะ???

"คลาวด์" เสียงเรียกจากทีฟาที่เดินเข้ามาดึงเขาออกจากภวังค์ เมื่อหันไปมองจึงรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้มาคนเดียว ร่างเล็กๆ สองร่างจูงมือทีฟามากันคนละข้าง ..หนูน้อยเด็นเซลกับมาลีน ..กับรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์..ยาชั้นดีที่มักเยียวยาจิตใจที่อ้างว้างได้เสมอ ทว่า..กลับไม่ทำให้มันหายไปได้อย่างถาวรเสียที

"คลาววววววววววววววด์" เด็กหญิงตัวน้อยๆ โผนเข้าหาจนเจ้าของชื่ออดที่จะโอบกอดไว้เต็มอ้อมแขนไม่ได้ ก่อนเหวี่ยงร่างน้อยๆ นั้นไปรอบตัวสร้างเสียงหัวเราะให้ไม่น้อย "ไปเล่นกันนะ พี่น่ะ..ทำไมหมู่นี้หนีหายเรื่อยเลย" มาลีนตัดพ้อคนที่อุ้มตัวเองไว้อย่างแสนงอน

ชายหนุ่มยิ้มให้มาลีนน้อยๆ ไม่ยอมตอบคำถามแถมเลี่ยงด้วยการพามาลีนมานั่งเล่นบริเวณกลางแปลงดอกไม้ที่งดงามแทน และทีฟาก็จับสังเกตความผิดแผกนี้ได้.. ถึงยามปกติชายหนุ่มจะนิ่งเงียบและพูดน้อยอยู่เป็นนิจ แต่ครั้งนี้คลาวด์เงียบเกินไป ใบหน้าที่เคร่งเครียดและเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนเริ่มกลับมาอีก

มาลีนคงเบื่อที่จะนั่งอยู่เฉยๆ เลยไปวิ่งเล่นกับเด็นเซลแทน จึงเป็นโอกาสให้ทีฟาได้ ซักฟอก ชายหนุ่มได้อย่างสะดวกเสียที

"นี่..คลาวด์ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอเงียบๆ ไปนะ กังวลเรื่องพวกชินระหรือเปล่า?" ทีฟานั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มด้วยท่าทีสบายๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนไม่คาดคั้น ..เหมือนเป็นการสนทนาธรรมดาทั่วไป แต่ในน้ำเสียงเรียบเรื่อยนั้นก็แฝงความห่วงใยไว้ด้วย..พร้อมๆ กับการจับผิด... สัญชาติญาณที่ผู้หญิงทุกคนมีอยู่ในตัว

คลาวด์ก้มหน้าไม่สบตา ..หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด จะให้บอกได้อย่างไรว่าเขาฝันถึงคนๆ นั้น.. ฝันถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีคนๆ นั้นเข้ามาเกี่ยวข้องมาเกือบเดือนแล้ว ยิ่งนานวัน..เหตุการณ์ในฝันก็ยิ่งเป็นรูปเป็นร่าง เป็นเรื่องเป็นราวที่ชวนให้คิดว่า...ชายคนนั้นไม่เคยไปไหนเลย ยังอยู่..และรอคอยวันที่จะกลับมาอีกครั้ง ..ก็มีเพียงเมื่อครู่นี่แหละ ที่ฝันถึงคนอื่นที่ไม่ใช่เขา.......

"ไม่มีอะไร แค่เบื่อๆ" มันก็ใช่.. แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของความกังวล

ทีฟาถอนใจยาว ต่อให้หล่อนจับผิดได้เก่งแค่ไหนมันก็เท่านั้น ..ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปริปากแล้วจะทำอะไรได้ "ตามใจนะ แต่ถ้าอยากบอกเมื่อไหร่ ..ฉันยินดีรับฟังทุกอย่าง..ทุกอย่างจริงๆ" มือบอบบางกอบกุมมืออีกฝ่ายแน่นราวต้องการถ่ายทอดความจริงใจให้รับทราบ และคลาวด์ก็สัมผัสถึงความปรารถนาดีนั้น..เขาบีบตอบหนักแน่นเป็นการรับรู้ ทว่า...เรื่องนี้มันยากจะพูดออกไปจริงๆ

.........................................

"คลาวด์"

'ใคร?'

"ทางนี้"

ท่ามกลางความมืดมิด ..ชายหนุ่มร่างโปร่งบางก้าวเดินไปอย่างไร้จุดหมาย เสียงเพรียกที่แว่วเข้ามาไม่อาจจับทิศทางได้ วูบแสงสะท้อนกับโลหะเรียบเงากระทบเข้าจักษุประสาท ก่อนโลหะชิ้นนั้นจะพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วชนิดไม่อาจขยับตัวได้ทัน เป้าหมายของมันคือโคนขา..

ฉึก!!

"อ๊ากกกกกกกกกก" ร่างของคลาวด์ทรุดลงกับพื้น เสียงร้องอย่างเจ็บปวดก้องกังวานไปไกลเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

ปัง ปัง ปัง!!

"คลาวด์!! คลาวด์!! เป็นอะไร?? เปิดประตูที" ทีฟาระรัวทุบประตูห้องอันเป็นที่มาของเสียงร้องอย่างเจ็บปวดท่ามกลางความสงัดเงียบของราตรีกาล เสียงนั้นดังยาวนานบ่งบอกว่าเจ้าของเสียงเจ็บปวดเพียงใด หล่อนรีบรุดมายังห้องของชายหนุ่มทันทีที่ได้ยิน

ร่างที่นอนเหยียดอยู่บนที่นอนพลันผวาตื่นขึ้น มือทั้งสองข้างตะปบเข้าที่โคนขาที่ตัวเองคิดว่ามีดาบปักอยู่ ใช้เวลาในการปรับจิตใจเพียงครู่เดียวเขาก็เข้าสู่สภาวะปกติ..ระลึกได้ว่านั่นเป็นความฝัน ความฝันที่รู้สึกเจ็บได้อย่างสมจริง คลาวด์ตัดสินใจเปิดประตูให้ทีฟาเข้ามาแล้วอธิบายเพียงแต่ว่าฝันร้ายเท่านั้น ให้หญิงสาวกลับไปนอนต่อ ทีฟามองใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อผุดซึมและซีดเซียวอย่างกังวลใจ หล่อนลูบมือไปยังแก้มเย็นชืดเบาๆ "งั้นฉันไปนอนนะ มีอะไรก็มาเรียกได้นะ"

"อืม"

หลังจากหญิงสาวกลับไปห้องของตัวเองแล้ว คลาวด์ยังคงยืนพิงบานประตูอย่างคนหมดแรงอยู่นาน มือข้างหนึ่งขยุ้มยังบริเวณโคนขาอันจำได้ดีว่าในฝันนั่น...ดาบยาวๆ ที่เขารู้จักดีเล่มนั้นสร้างความเจ็บปวดให้ขนาดไหน แม้จะมีแต่เพียงความมืดมิดรายล้อมอยู่รอบตัว แต่กลับรู้สึกว่าเขาได้เห็นใบหน้าเจ้าของดาบแสยะยิ้มเยาะเย้ยก่อนผวาตื่นอย่างแน่นอน ...แม้จะแค่ครู่เดียวก็ตาม

"เฮ่อออ หมอนั่นอีกแล้ว... นายต้องการอะไรกันแน่?? เซฟิรอธ..." ท้ายเสียงทอดอย่างอ่อนล้า ในสมองได้แต่ครุ่นคิดว่าฝันนั่นมีความหมายอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่อาจแปลรหัสใดๆ ได้ เขาตาสว่างจนคิดว่าคงหลับไม่ลงอีกแล้วจึงตัดสินใจย่องออกจากห้องเพื่อมายังมอเตอร์ไซค์คันโตของเขาแล้วขับออกไปอย่างเงียบเชียบที่สุด

สายลมและน้ำค้างก่อนฟ้าสางเย็นเยียบบาดผิวเนื้อ แต่คลาวด์กลับไม่ยินยลสนใจสิ่งเหล่านั้น ...ไร้จุดหมาย รถยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มต้องการไม่คิดอะไรให้มันปวดหัวไปมากกว่านี้

"อาจิท" --ป่าแห่งคำสัญญา ต้นไม้ขนาดยักษ์ส่องแสงเรืองรองด้วยตัวมันเองพาให้ป่าแห่งนั้นสวยงามอย่างประหลาด ..ทว่า กลับวังเวงและน่ากลัวในคราวเดียวกัน เขามายังที่แห่งนี้โดยไม่รู้ตัว

คลาวด์ทิ้งพาหนะไว้กับที่แล้วเดินผ่านเข้าไปในป่านั้น ลึก ..และลึกเข้าไปเรื่อยๆ ใบหน้าแหงนมองเบื้องบนอย่างไร้จุดหมายแล้วปลายเท้าก็สะดุดเอารากไม้จนล้มคว่ำลงไป แต่เขากกลับนิ่งอยู่แบบนั้น ..ผิวหน้าแนบผืนดินเย็นชื้น

แล้วก่อนที่จะหลับตาลงอย่างคนเฉื่อยชาและเหนื่อยล้า..พลันนั้นปลายหางตาแลเห็นเงาคนเคลื่อนไหวลับหายไปหลังต้นไม้ห่างออกไปไม่มากนัก ชายหนุ่มทะลึ่งกายพรวดขึ้นมาเตรียมพร้อม นัยน์นาสีฟ้ากวาดมองทิศทางนั้นอย่างถี่ถ้วน เข้ามั่นใจว่าตนเองตาไม่ฝาดแน่...

"ออกมา!!"

เงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงแมลงร้องด้วยซ้ำ

แกร่ก

ทันทีที่ได้ยินเสียงแผ่วเบานั่นชายหนุ่มทะยานตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมดาบเล่มโตที่ติดอยู่กับพาหนะเป็นประจำ

ว่างเปล่า..ไม่มีใครทั้งสิ้น

แกร่ก

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง..แต่มันห่างออกไปจากตรงนั้น คลาวด์ก็ตามติดเข้าไปอีก แล้วก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังอยู่เบื้องหน้าตลอด..อาจเยื้องไปทางใดทางหนึ่งแต่มันก็มุ่งหน้าไปเรื่อยโดยเขาไม่เห็นตัวเจ้าของเสียง สุดท้ายก็ไปโผล่เอาทุ่งโล่งที่มีทะเลสาบ... ผืนน้ำนิ่งสนิทดำมืด...ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวแม้แต่สายลม เหมือนเวลาหยุดนิ่งก็ไม่ปาน

บางสิ่งบางอย่างไหลเอื่อยอยู่ในบรรยากาศ ทันทีที่รู้สึกถึงมัน..สติพลันดับวูบ เสมือนเรือนกายลอยคว้าง...รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อมีสัมผัสหนักหน่วงบริเวณลำคอ..แรงบีบเริ่มเพิ่มขึ้นทีละน้อย...ทีละน้อย กระทั่งคลาวด์รู้สึกตัวเต็มที่เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือประสงค์ร้ายนั้นเพื่อออกแรงยื้อลมหายใจให้แก่ตนเอง แล้วเมื่อมองไปยังใบหน้าเจ้าของมือคู่ใหญ่..ไม่น่าแปลกใจเลยว่าใครก็ตามที่ต้องการให้เขาตาย ไม่พ้นจะต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับชายผู้ชิงชังโลกใบนี้อย่างหาที่สุดมิได้

"เซ.. ฟิรอธ.." น้ำเสียงแหบแห้งลอดออกมาอย่างยากเย็น

แรงบีบหายไปอย่างกะทันหัน ..เซฟิรอธถอยห่างออกไปเล็กน้อยยืนมองร่างที่ทรุดลงกองกับพื้นและสำลักไออย่างเอาเป็นเอาตาย คลาวด์เงยหน้ามองรอยยิ้มเย็นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอย่างเจ็บใจ

"มาทำไมอีก แกน่าจะหลับอย่างสงบได้แล้วไม่ใช่รึ?"

"อา...คลาวด์ ชั้นเคยบอกแกหรือว่า..ชั้นจะยินยอมหลับ ทั้งๆ ที่แก...ยังคิดถึงชั้นทุกลมหายใจเข้าออกเช่นนี้"

"....... ไม่ ชั้นไม่เคยคิด.."

"อย่าปฏิเสธเลย ความคิดคำนึงของแกมันก็คือสิ่งที่ชักพาชั้นให้กลับมาอีกครั้งนั่นแหละ"

คลาวด์หยัดยืนเพื่อเผชิญหน้าอีกครั้ง ครั้งนี้ร่างทั้งร่างเตรียมพร้อมต่อการปะทะ พลังในกายไหลรวมไปยังหมัดทั้งสองรอคอยการบุก ...ทว่า..เซฟิรอธกลับไม่มีทีท่าคุกคามเข้ามาแต่อย่างใด

"แกต้องการอะไร เซฟิรอธ.."

"แกเคยบอกว่าชั้นจงเป็นแค่ความทรงจำในหัวของแก ...ยังจำคำพูดของแกได้มั้ย"

คลาวด์ขมวดคิ้วมุ่น "แล้วมันเกี่ยวอะไร ..จำได้สิ และชั้นก็ทำแบบนั้นจริงๆ ส่งแกกลับไปยังโลกไร้ตัวตน ให้แกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของไลฟ์สตรีม" ใช่..ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้ง เขาก็จะเอาชนะชายผู้นี้ให้ได้ ไม่ว่าตัวเองจะด้อยกว่าเพียงใด ไม่ว่าจะต้องยืมพลังจากใครต่อใครก็ตาม การมีตัวตนอยู่ของเซฟิรอธ...หมายถึงหายนะของดาวดวงนี้

"หึหึหึ แกคิดว่า..ตัวลำพังของแกเองจะเอาชนะชั้นได้ตลอดไปหรือไง?? ณ ที่นี้ เวลานี้ ไม่มีใครอื่นนอกจากแกกับชั้น ความอ่อนแอของแกจะเอาชนะพลังของชั้นได้งั้นหรือ..อย่าทำให้ขำหน่อยเลย"

ความโกรธเกรี้ยวและเจ็บแค้นกับคำถากถางทำให้คลาวด์ขาดสติ เขาพุ่งหมัดใส่อีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว ทว่า..เซฟิรอธเอี้ยวตัวหลบได้ในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนตวัดเตะเข้าที่ข้อเท้าจนทำให้ร่างที่ถลาเข้ามาล้มไม่เป็นท่า

"ชั้นกลับมา เพื่อจะบอกกับแกว่า..ชั้นจะไม่เป็นแค่ความทรงจำในหัวของแก... แต่ชั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของแกเลยล่ะ"

ชายหนุ่มดีดตัวขึ้นมาจากพื้นและรุกเข้าหาอีกครั้งด้วยสติที่พร้อมสู้ ทว่า..ทุกการโจมตีก็ทำได้เพียงเฉียดร่างของเซฟิรอธที่ทำราวกำลังเล่นกับเด็กเล็กๆ ..ที่ทำให้คลาวด์สุดจะทนก็คงเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ยังมีไม่เสื่อมคลาย..เหมือนกำลังบอกเขาว่า 'สำหรับชั้น..นายมันก็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นล่ะ'

เวลาผ่านไปเนิ่นนานคลาวด์ก็ยังคงทำอะไรเซฟิรอธไม่ได้ อย่าว่าแต่รอยขีดข่วน..แค่ทำให้เหนื่อยยังไม่ได้เลย ผิดกับตัวเขาเองที่บัดนี้เหงื่อใสๆ ผุดเต็มใบหน้า เสียงหอบหายใจคงเป็นเพียงสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ดังท่ามกลางความสงัดเงียบ ชายหนุ่มยืนจ้องร่างสูงตระหง่านเหมือนต้องการให้ร่างนั้นมอดไหม้ด้วยสายตาของเขา ...กลับยิ่งไปเพิ่มรอยยิ้มบนใบหน้าที่เย็นชาแทน

เซฟิรอธลอยตัวสูงขึ้นอย่างนุ่มนวลไปยืนสง่าบนโขดหินสูง ..ค่อยๆ นั่งลงหย่อนขาไขว้กันอย่างสบายอารมณ์

'ครั้งนี้คงไม่ใช่การทำลายล้างสิ่งอื่นนอกจากตัวชั้นสินะ' คลาวด์นึกขึ้นเมื่อเฉลียวใจคิดได้

"หึหึ ถูกแล้ว ชั้นมาเพื่อทำลายแก" สิ้นเสียง ร่างที่นั่งอยู่นั่นหายวับไปกับตา

ฟุ่บ

คลาวด์ตัวแข็งค้าง.. ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เซฟิรอธยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ซอกคอ แขนข้างหนึ่งค่อยเอื้อมโอบรัดรอบเอว ที่สำคัญ...มืออีกข้าง...ปลายนิ้วที่สามารถปลิดชีพคนได้..จ่ออยู่ที่คอหอยแบบประชิด

แต่ผิดคาดก็ตรงที่..เป้าหมายของมันไม่ใช่การจ้วงแทงดังที่คาด มือข้างนั้นกลับตวัดปลายคางของเขาแหงนเงย

"สิ่งสำคัญของแก ไม่ว่าอะไรชั้นก็อยากแย่งชิงมาทั้งหมดนั่นแหละ แต่รู้ไหม..ไม่มีสิ่งไหนที่จะทำให้ชั้นสะใจได้เท่ากับ ...การแย่งชิง หัวใจ ของแก" จากนั้นริมฝีปากคู่นั้นก็ฉกวูบลงมาบดเบียดโดยไม่ทันให้คลาวด์ได้ตั้งตัว

ชายหนุ่มพยายามผลักดันร่างที่อยู่เบื้องหลังให้ออกห่าง ทว่า..ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ที่ทำได้ก็มีแค่เสียงประท้วงอึกอักในลำคอ คลาวด์เปลี่ยนจากการใช้มือผลักมาเป็นใช้ศอกถองกลับไปโดยแรงทำให้หลุดมาได้ เซฟิรอธผงะห่างออกไปเล็กน้อยฝ่ามือกุมอยู่ที่ท้องที่เจ็บนิดๆ ด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ ...ไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่เลย

คลาวด์ใช้หลังมือปาดถูที่ริมฝีปากสีจัดของตนอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาสีฟ้ามองฝ่ายนั้นอย่างไม่เชื่อสายตาปนขุ่นเคือง "แกทำบ้าอะไรของแก!? เซฟิรอธ!!"

ไร้คำตอบ.. เซฟิรอธก้าวเข้ามาหาอีกครั้ง มือที่ยื่นออกมาเบื้องหน้าดูเหมือนจะกุมชะตาชีวิตเอาไว้... มาซามุเนะ--ดาบเล่มยาวอาวุธประจำกายปรากฏขึ้นในมือ ชายร่างสูงตวัดคมดาบจ่อเข้าที่ลำคอขาวและเดินกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้าย..ลำคอแตะเข้ากับโคนดาบ จากนั้นคมดาบก็อ้อมไปทาบกับแผ่นหลังบาง..ก็ค่อยๆ ออกแรงผลักดันให้ร่างนั้นแนบชิดเข้าหา..ใกล้..จนเห็นแม้กระทั่งแพขนตาที่ระริกไหวด้วยความหวาดหวั่น

คลาวด์ลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ นัยน์ตาสีเทาลึกไร้ก้นบึ้งกำลังสะกดให้ร่างกายของเขานิ่งงัน หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง..มันเต้นระทึกเหมือนจะหลุดออกมานอกอกเสียให้ได้ หมัดทั้งสองเกร็งกำแน่น สมองของชายหนุ่มกำลังทำงานอย่างหนัก..หนทางเอาตัวรอดดูเหมือนจะไม่มีเอาเสียเลย เบื้องหลังคือคมดาบที่ตัดผ่านร่างของเขาเมื่อไหร่ก็ได้..เบื้องหน้าคือสายตาเย็นชา--ที่จัดจ้าไปด้วยอารมณ์หลากหลาย รอยยิ้มแสนร้ายกำลังโน้มใกล้ลงมาเรื่อยๆ

"ก็อย่างที่บอก ..ชั้นกำลังแย่งชิงหัวใจของแกไง"

ดาบเล่มยาวเลือนหายไปพร้อมกับที่เซฟิรอธผลักร่างเล็กกว่าลงกับผืนหญ้านุ่มและชื้นไปด้วยหยาดน้ำค้างแล้วคร่อมทับเป็นกำแพงที่ดียิ่งกว่ากำแพงใดๆ เพราะแค่จะหนีสายตาคลาวด์ยังไม่อาจทำได้

"ชั้นกลับมาหาแกแล้วตามคำเรียกร้อง เพราะงั้นแกก็น่าจะให้สิ่งตอบแทนกลับมาบ้าง"

เซฟิรอธตรึงร่างเบื้องล่างไว้อย่างแน่นหนา..ยากที่จะดิ้นรน ริมฝีปากแนบประทับทุกส่วนบนใบหน้าซีดขาวตื่นตระหนก ..วกกลับมาตักตวงและยัดเยียดความหวามไหวเกินต่อต้าน

"แกไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะรักใคร... แต่แกเกิดมาเพื่อที่จะถูกรัก ..จำไว้"

แค่ประโยคสั้นๆ

แค่นั้นที่พรากเรี่ยวแรงและความดันทุรังสลายสิ้น นัยน์ตาสีฟ้าที่มักฉายแววแห่งความโดดเดี่ยวอยู่เป็นนิจพริ้มหลับ ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ

...หมาป่าผู้โดดเดี่ยวกำลังถูกโอบกอด อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนหวาน และเป็นพันธการแห่งความอบอุ่น ..เรือนกายทั้งสองเหมือนกับกำลังหลอมละลายรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง ความรู้สึกยามไหลรวมไปกับไลฟ์สตรีมพร้อมๆ กับชายผู้ที่กำลังสอดประสานกายเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่นี้วูบเข้ามาในมโนสำนึกเป็นครั้งคราว

เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือน ..ความโดดเดี่ยว ความเหงา.. หัวใจกำลังถูกถมช่องว่างจนเติมเต็ม

'หากชั้นเกิดมาเพื่อที่จะถูกรัก ..แล้วแกล่ะ รักชั้นบ้างไหม???'

แสงสว่างพร่างพราวและอบอุ่นโอบล้อมโดยรอบ ..อ้อมกอดที่แสนเจ็บปวดค่อยคลายลงแล้วแทนที่ด้วยความอ่อนหวานอุ่นวาบในหัวใจ นัยน์ตาสีฟ้ายังคงพริ้มหลับแต่รับรู้ความรู้สึกทั้งหลายด้วยประสาทสัมผัสส่วนอื่นอย่างดื่มด่ำ..และจารจำให้ลึกจนสุดใจ

'ระหว่างแกกับชั้น มันไม่ใช่แค่ความรักหรอก'

ปรารถนาที่มอบให้แก่กันและกันที่ดูเหมือนจะเย็นชา ทว่า..กลับดึงดูดให้สัมผัสกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงลมหายใจหนักหน่วงดังเหมือนไม่มีวันจบสิ้น ......กระทั่งในที่สุด เสียงครางลึกในลำคออย่างพีงพอใจของคนทั้งคู่ก็ดังขึ้นพร้อมๆกัน

"ครั้งนี้ชั้นชนะ ...หัวใจของแกอยู่ที่ชั้น และอย่าหวังจะได้กลับคืน แล้วเจอกัน"

อ้อมแขนและไออุ่นค่อยเลือนหาย พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วล่องลอยไปไกล --ที่ได้ยินในหัวมิใช่โสตประสาท

ในตอนนั้นเองที่คลาวด์หวนนึกถึงความฝันซ้ำซากที่ไม่เคยแปลความหมายได้ บัดนี้ชัดเจนแล้ว...ของฝากแสนนุ่มนวลที่คาดาจนำมาให้ กับคำกล่าวที่ว่าจะมาหา และ...ความเจ็บปวดจากคมดาบในห้องที่มืดมิด --เซฟิรอธจะมาเพื่อมอบความเจ็บปวดที่แสนหวานกับพรากแสงสว่างจากหัวใจของเขาไปพร้อมกัน

....

.........

.............

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดลงมาผ่านกิ่งไม้และสะท้อนกับไอน้ำค้างจนเกิดสีสันที่สวยงาม ...วินเซนต์เดินตรงเข้ามายังร่างขาวโพลนที่นอนขดตัวอยู่กับพื้นหญ้าเย็นชื้น

ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมของตนห่อหุ้มร่างเปล่าเปลือยนั้นไว้ ก่อนประคองขึ้นโอบอุ้ม

เปลือกตาบางเริ่มขยับไหว นัยน์ตาสีฟ้ายังดูเลื่อนลอยเหมือนยังไม่ได้สติเต็มตื่นเหลือบขึ้นมองใบหน้าเรียบเฉยที่ก้มลงมาสบตาด้วย

"....วินเซนต์"

"ชั้นจะพานายกลับบ้าน"

เมื่อได้ยินดังนั้นคลาวด์ซบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างผ่อนคลาย และปล่อยให้วินเซนต์พาร่างเขาไปตามแต่ที่อีกฝ่ายต้องการ

วินเซนต์วางร่างที่ยังหลับสนิทลงกับเตียงแล้วห่มคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนา มีทีฟายืนมองด้วยความเป็นห่วงอยู่ห่างๆ

"คลาวด์จะเป็นอะไรมากไหม?"

"แค่ได้พักก็ดีขึ้นเอง เธอออกไปก่อน..ชั้นจะเฝ้าไว้ให้"

"ขอบคุณนะ" ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนหันมาสนใจกับร่างที่ยังนอนนิ่งไม่ไหวติงต่อไป

"นายยังยึดติดไม่เคยเปลี่ยนเลยคลาวด์ ชั้นภาวนาเสมอ..ขอให้นายลืมมันได้เสียที ชั้นคงได้แต่หวังใช่มั้ย..ไม่มีใครแทนที่มันได้ หัวใจของนายไม่เคยลืมมันเลยแม้สักวัน" ใบหน้าที่ใครต่อใครเห็นว่ามันเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลา..ขณะนี้หมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่ทอดมองร่างเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรอย่างไม่ปิดบัง

ผ่านไปครึ่งวันเปลือกตาที่ปิดสนิทจึงลืมขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้านิ่งๆ ของวินเซนต์ ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงและมองมายังเขา "อรุณสวัสดิ์" คลาวด์เอ่ยทักขึ้นด้วยเสียงแหบๆ

"บ่ายแล้ว"

"งั้นก็สวัสดีตอนบ่าย"

"อืม"

คลาวด์เหม่อมองไปบนเพดานพลางถอนหายใจ "ขอโทษ"

"เรื่องอะไร?"

"ที่ทำให้พวกนายเป็นห่วงอีกแล้ว"

"รู้ตัวก็ดี คราวหน้าอย่าหายไปแบบนี้อีก ไม่ใช่แค่ทีฟากับเด็กๆ ที่เป็นห่วงนาย...ชั้นเองก็เป็นห่วงนายเหมือนกัน"

"ขอบคุณ ..............หมอนั่น"

"หืม?"

"เซฟิรอธ ......หมอนั่นบอกว่า ชั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะรักใคร แต่เกิดมาเพื่อที่จะถูกรัก ..เห็นทีคงจะจริงอย่างที่หมอนั่นว่า แถมครั้งนี้ยังชนะชั้นด้วยสิ..เอาหัวใจของชั้นไปได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน หมอนั่นต้องกลับมาอีกแน่ๆ ถ้าเจอกันก็ต้องสู้กันอีก..ชั้นไม่อยากสู้แล้ว" คลาวด์หลับตาลงอีกครั้งด้วยความเหนื่อยใจ แต่ต้องลืมตาอีกครั้งเมื่อมีอ้อมกอดที่รัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ

"วินเซนต์?"

"เป็นชั้นไม่ได้เหรอ.. ที่อยู่ในหัวใจของนาย เป็นชั้นไม่ได้รึไง" ชายหนุ่มพึมพำออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ "อา..แม้ชั้นจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ก็ยังหวัง โง่จริง"

นัยน์ตาสีฟ้าเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส ...เขาจะสงสารใครดี วินเซนต์..หรือตัวเขาเอง? "ไม่หรอก ชั้นต่างหากที่โง่"

"นี่....ความรู้สึกที่เคยว่างเปล่ามันหายไปแล้ว..ตั้งแต่หมอนั่นเอาหัวใจของชั้นไป ..มันไม่ว่างเปล่าอีกเลย แล้วนายรู้อะไรมั้ย..แม้ว่าชั้นไม่อาจลืมหมอนั่นได้ แต่ว่าชั้นไม่ได้มีหัวใจไว้เพียงเพื่อรอหมอนั่นเพียงคนเดียวหรอกนะ ระหว่างชั้นกับเซฟิรอธมันเกินคำว่ารักไปแล้ว ชั้นต้องมีชีวิตต่อไป..จริงมั้ย?"

"อืม แล้วชั้นจะรอ วันที่นายเปิดใจรับชั้นจริงๆ" แม้ความหวังนั้นจะเลือนรางเต็มทีก็ตาม

คลาวด์กอดตอบด้วยความรู้สึกขอบคุณ ชายหนุ่มเองก็หวังให้เป็นแบบนั้นในสักวัน วันที่จะรับใครคนอื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ แม้แท้ที่จริงเขาก็ยังรอคอยการกลับมาของใครคนนั้นก็ตาม

'ขอบใจนะเซฟิรอธ ..การได้ถูกรักน่ะ ดีจริงๆ'

.~~EnD~~.

Fiction : เพชรพระอุมา ตอน แงซายจอมจักรา

Title : คืนแสนกลของ....

Author : Dจัง

Category : Romance

Paring : แงซายxรพินทร์

Author Note : เรื่องนี้เขียนขึ้นด้วยแรงจิ้นอันมหาศาลจากการอ่านวันละเล่มสองเล่มในช่วงสอบปลายภาค แรงกระตุ้นมาจากพี่หนมชั้น..กระตุ้นต่อมอยากจนกระทั่งคลอดฟิคเรื่องนี้มาได้และขอบคุณพี่หนมชั้นด้วยที่ช่วยตรวจทานให้(อีกแล้ว)นะจ๊ะ

หลังจากการกรำศึกเพื่อนำบัลลังก์แห่งราชวงศ์เทพกลับคืนสู่อดีตแงซาย หรือจักราช--รัชทายาทองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เทพแล้ว ทุกคนในฝ่ายคณะที่มาตามหาคนสูญหายจนถึงดินแดนลับแลแห่งนี้พากันเข้าที่พักที่ฝ่ายเจ้าถิ่นตระเตรียมไว้ให้อย่างสบายใจเป็นที่สุด โดยไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใดอีก

ที่พักหรูหราพร้อมพนักงานชาวที่คอยปรนนิบัติ ชำระล้างร่างกายแล้วก็พากันพักผ่อนตามอัธยาศัย ด้วยทั้งเหนื่อยล้ากันมาเป็นเวลานานเหลือเกินจึงหลับสนิทแทบจะในทันที...

รพินทร์ ไพรวัลย์ ขึ้นแท่นนอนโดยไม่มีการอาบน้ำ หรือสนใจกับการคอยปรนนิบัติของพนักงานใดๆ ทั้งสิ้น เขาขึ้นแท่นนอนทั้งท้อปเดินป่า และไรเฟิลที่วางอยู่ข้างตัว ระหว่างที่เคลิ้มๆ จะหลับนั้น ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้อง เสียงพูดซักถามเบาๆ ซึ่งจำได้ว่าเป็น 'แงซาย' ..พูดกับนางงามที่นั่งประจำอยู่ในห้องนั้น แล้วต่อมาก็มีเสียงเคลื่อนเข้ามาชิดเตียง

เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นเลย หันตะแคงตัวกอดไรเฟิลแทนหมอนข้างหรือแทนที่จะเป็นเนื้อนุ่มของสาวสวรรค์กำนัลในเหล่านั้น แล้วก็ได้ยินเสียงกระซิบที่ริมหู "สกปรกตามเคย ผู้กอง...จะนอนทั้งชุดนี้น่ะรึ?"

"แกอย่าเสือกมายุ่งกับฉันตอนนี้หน่อยเลยว่ะแงซาย ฉันง่วงและเพลียอย่างฉิบหายวายป่วงไปเลยวันนี้ ขอนอนให้เต็มอิ่มสักคืน"

"ผมจะไปฟ้องนายหญิงว่า ผู้กองขี้เกียจ และสกปรกที่สุด!"

"เออ เชิญขี่ม้าสามศอกไปบอก 'แม่' ของเอ็งเหอะวะ มากวนใจมากๆ ตอนนี้ ประเดี๋ยวสมเด็จพระเจ้าจักราธิราชก็จะทรงพระถูกถีบเสียเท่านั้น"

มีเสียงหัวเราะกึกๆ ในลำคอ

"ผู้หญิงพวกนี้ไม่สวยหรือยังไง ผู้กอง ถึงนอนกอดปืนแทนพวกนี้?"

"ไม่เห็นสวยสักคน ที่สวยไม่ยักส่งมาให้"

"นายหญิงของแงซายกระมัง?"

"ไม่ใช่"

"งั้นใครที่ผู้กองต้องการ"

"เมยานียังไงล่ะ"

"จริงหรือเปล่า? ผมจะส่งมาให้"

รพินทร์ลืมตาขึ้น จุ๊ปากเบาๆ มองเห็นร่างตระหง่านงามราวกับเทพบุตรนั้นยืนยิ้มละไมอยู่ข้างเตียง

"นี่นายจะมาตอแยอะไรฉันนะ ขอนอนหน่อยไม่ได้รึ?"

"ผมยังไม่ยอมให้ผู้กองนอนหรอก จะตอแยอยู่นี่แหละ ถ้าหากผู้กองไม่บอกความจริงอะไรกับผมก่อน"

"ความจริงห่าเหวอะไรอีกล่ะ?"

"ห่อผ้าสีชมพูที่ผู้กองส่งให้ผมโยนเข้าไปในกองไฟ อิทธิพลของมันทำให้วาชิกาถูกเผาไหม้เป็นขี้เถ้าในพริบตา ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่เผาอยู่นั้น ร่างของนางไม่ยอมไหม้เลย ผมอยากรู้ว่ามันเป็นห่ออะไร?"

"ไปถามบุญคำ!!"

"ผมต้องการรู้จากผู้กอง"

"เลือด เลือดประจำเดือนของผู้หญิง"

"เลือดประจำเดือนของผู้หญิง.."

"เออ!!"

"ขอบคุณครับ"

"มาขอบใจฉันเรื่องอะไร?"

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้กองทำให้กับผม ทั้งๆ ที่ไม่เคยยอมรับปากโดยวาจาเลยว่าจะทำให้ อีกสักครู่ผมจะส่งเมยานีเข้ามาให้"

"ดี ส่งเข้ามาเถอะ ฉันจะยุให้เมยานีเชือดคอแกเสีย"

"ไม่มีทางหรอกครับ ผมจะส่งเมยานีให้มาเชือดผู้กองตะหากล่ะ"

"อ้าว ไอ้เปรต.."

"ขอนอนกับผู้กองสักคนได้ไหม?"

"แกจะยั่วฉันไปถึงไหนวะ นี่จะไม่ยอมให้หลับนอนเลยหรือยังไง"

"ไม่ได้ยั่ว แต่จะนอนจริงๆ แหละ ...อะไร เตียงออกกว้าง แบ่งที่ให้ไอ้แงซายนอนมั่งไม่ได้หรือยังไง"

พร้อมกับเสียงกระซิบนั้น ไรเฟิลที่เขากอดอยู่ถูกกระชากเหวี่ยงโครมลงไปกับพื้น แล้วร่างของ 'แงซาย' ก็ขึ้นมานั่งเคียงข้างกับเขา

รพินทร์ถอนใจอีกครั้ง พลิกตัวหันหน้าหนีไปเสียอีกทางหนึ่ง แล้วก็ยังไม่วายได้ยินเสียงกระซิบยั่วว่า

"แล้วดึกๆ อย่าละเมอคิดว่าผมเป็นคุณหญิงไปล่ะ"

"ฉันยอมแพ้แกแล้วโว้ย แงซาย จะนอนก็นอนเถอะวะ แต่ขอให้หุบปากเสียที"

"ตกลง หุบก็หุบ ผมก็ง่วงเต็มทีเหมือนกัน เราจะนอนเคียงข้างกันอย่างนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้นอนด้วยกันอีกตลอดไป ชั่วกับลปาวสาน"

"แงซาย?"

"ครับผม"

"ฉันเกลียดขี้หน้าแกฉิบเผงเลยว่ะ"

"ผมก็เกลียดขี้หน้าผู้กองบรรลัยจักรเหมือนกัน คนห่าอะไรพรรค์นี้ก็ไม่รู้ เลือดเย็นชะมัด"

"นี่แกจะมานอนด้วย หรือจะมาชวนทะเลาะ?"

"ก็นอนไปพลางทะเลาะไปพลาง จนกว่าจะหลับ"

"ลุกขึ้นมาต่อยกันดีไหม?"

"อย่าท้า ผู้กองสู้ผมไม่ได้หรอก ตัวเล็กนิดเดียวแค่นี้ผมต่อยตาย ที่ไม่ยอมสู้มาตลอดน่ะ อย่านึกว่าจะกลัวนะ ถ้าจะกลัวก็กลัวจะไม่มีคนช่วยนำทางให้เท่านั้น"

รพินทร์ไม่ต่อปากต่อคำอะไรอีกทั้งสิ้น หลับตานิ่งเฉย เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เขาหลับ..หลับอย่างไม่เคยหลับได้สนิทและสบายใจเท่านี้มาก่อน ทุกตารางนิ้วในป่าทำให้เขาต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และนั่นมันก็เป็นนิสัยของเขาเองด้วย ถ้าสติยังครบถ้วนอยู่แบบนี้ ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ แต่คืนนี้แผกไป...ร่างของคนที่เรียกได้ว่าทันกันไปเสียทุกอย่างทอดกายอยู่เคียงข้าง...แม้เตียงตั่งจะกว้างขวางเพียงใด เรือนกายสีทองแดงงดงามกลับอยู่ใกล้จนได้ไออุ่น

คนหนึ่งหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย แต่อีกคน..ยังลืมตาโพลงจ้องมองแผ่นหลังเล็กกว่าที่หันมาทางเขาอย่างอาวรณ์ เวลาของ 'แงซาย' กับ พรานใหญ่ เกือบหมดลงแล้วอย่างน่าใจหาย อัสสุชลแห่งพระเจ้าจักราธิราชเอ่อล้นแล้วทิ้งตัวลงเป็นสาย ฝ่ามือหนาได้รูปปาดทิ้งก่อนใช้มือข้างเดียวกันนั้นบีบแน่นที่หัวไหล่แล้วออกแรงเล็กน้อยพลิกร่างพรานใหญ่ของเขาลงนอนหงาย นัยน์ตาคู่นั้นยังพริ้มหลับ...ทว่าเสียงจุ๊ปากอย่างขัดใจทำให้รู้ว่าจอมพรานของเขาตื่นแล้ว

"ฉันไม่ใช่เมยานี"

"ผมรู้"

"รู้แล้วก็ปล่อยเสียที ง่วง คนจะหลับจะนอน..ให้นอนหน่อยไม่ได้หรือไงวะ"

จักราชรวบร่างของรพินทร์เข้าสู่อ้อมอกของเขาแล้วกระชับไว้อย่างนั้น

"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่เมยานี"

"ผมก็บอกว่ารู้แล้วไง"

"รู้แล้วกอดทำไม?"

"เพราะรู้ ผมถึงได้กอดไว้ไง...เวลาของเราแทบไม่เหลือแล้วนะผู้กองที่รัก เราคงไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้อีกแล้ว ให้ผมกอดหน่อยไม่ได้หรือยังไง...หรือต้องเป็นคุณหญิงดาริน วราฤทธิ์ถึงจะกอดรพินทร์ ไพรวัลย์ได้ หือ?"

"เฮ่อ..ฉันก็อยากให้เขากอดอยู่เหมือนกันล่ะ แต่แกก็รู้..เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว" เสียงอู้อี้ดังอยู่กับอกแกร่ง...จักราชหลับเนตรลงก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้พรานใหญ่ถึงกับกระบอกตาผ่าวร้อน

"งั้นคืนนี้ ขอเป็นผมแล้วกันนะ ให้ผมกอดผู้กองไว้แบบนี้ ผมรักผู้กองจริงๆ ให้ตายสิ"

"ฉันก็รักแก ...รักมากกว่าคุณหญิงเสียด้วยซ้ำ" ชีวิตที่ต่อสู้ดิ้นรนมาตลอดระยะทางมหาวิบากนี้..ผูกพันหัวใจของพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าใครๆ แม้คุณหญิงของเขาก็เถอะ ..เทียบกับความรู้สึกลึกๆที่มีให้ 'แงซาย' ไม่ได้เลย

"ผู้กอง.."

"หือ?"

"อาบน้ำเหอะ ตัวเหม็นจริงๆ"

"ไอ้บ้า!! แล้วใครใช้ให้แกมาดมฉันวะ" รพินทร์ตวาดอย่างฉุนเฉียวพร้อมทั้งผลักแผ่นอกสีทองแดงออกห่าง

"หึหึหึ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจดมหรอก แต่เราอยู่ใกล้กันแค่นี้..ยังไงก็ต้องได้กลิ่นกันมั่งแหละ ยังไงให้แงซายถูหลังให้ผู้กองไหมล่ะ เถอะน่า...ทำตาขวางไปผมก็ไม่กลัวหรอก โน่น..ปืนผู้กองกระเด็นไปโน่นแล้ว"

รพินทร์นึกขึ้นได้ดังนั้นจึงถลันไปหาไรเฟิลคู่กาย ทว่า ช้าไปเสียแล้ว เจ้ากะเหรี่ยงรูปงามไวกว่า..แงซายคว้าเอวพรานใหญ่ไว้ได้ก่อนเหวี่ยงกลับมาด้วยแรงมหาศาลแล้วจับแขนทั้งสองข้างไพล่ไว้ด้านหลังแล้วล็อคอย่างแน่นหนา

"อย่าดื้อ.. แค่อาบน้ำแค่นี้ต้องให้ออกแรงเสียเปล่า บอกแล้วว่าผู้กองน่ะ..สู้แรงผมไม่ได้หรอก เถอะน่า..จะบริการอาบให้ทั้งตัวเลย ไป..ลุก" ก็ไม่เชิงเป็นคำชวนนักเมื่อแงซายเป็นฝ่ายฉุดรั้งให้ร่างพรานใหญ่ลอยขึ้นตามมืออย่างง่ายดายและหมดทางต่อต้าน

"เอ้า!! จะถอดเองหรือให้ผมถอดให้"

"ถอดเอง ปล่อยได้แล้ว!!" พรานใหญ่สะบัดเสียงตอบอย่างหมั่นไส้

"สัญญานะว่าจะไม่ลุกขึ้นมาไล่เตะผมน่ะ นี่ผมหวังดีจริงๆ นะผู้กอง โอกาสที่จะได้อาบน้ำสบายๆ มันหาไม่ได้ง่ายๆ จากเส้นทางที่ผ่านมาผู้กองก็รู้ แล้วอีกอย่าง...เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้วนะ ให้เวลาที่เหลือกับผมเถอะ.." ท้ายเสียงของอดีตร้อยโทกองโจรกะเหรี่ยงออดอ้อนจนจอมพรานอ่อนใจ

"เออ" รพินทร์อ้อมแอ้มตอบกลับไปอย่างไม่อยากจะสู้ใบหน้าคมสันนั้นนัก ยิ่งแววตาพราวระยับนั่นด้วยแล้ว...หวั่นใจพิกล

รพินทร์หย่อนกายลงไปในอ่างอาบน้ำกว้างขวางที่ขุดลึกลงไปในพื้นเหมือนสถานอาบน้ำในยุคโรมันโบราณ น้ำที่เคยอุ่นบัดนี้ชืดเย็นเมื่อกาลเวลาล่วงผ่าน ..เมื่อร่างกายได้สัมผัสน้ำก็ยังความกระปรี้กระเปร่าสดชื่นมาให้ พรานใหญ่หลับตาลงพลางพาดศีรษะกับขอบอ่างเหมือนอยากจะหลับทั้งอย่างนั้น

จ๋อม!!

ระลอกน้ำเคลื่อนไหว พรานใหญ่ไม่ต้องลืมตาก็รู้ว่ามีอีกร่างลงมาในอ่างอาบน้ำด้วย ซึ่งก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแงซายของเขานั่นล่ะ

"แกอาบแล้วไม่ใช่เรอะ?"

"ก็จะอาบเป็นเพื่อนผู้กอง มา..ผมถูตัวให้" มือหยาบๆ แต่นุ่มนวลในสัมผัส..ลูบน้ำผ่านใบหน้าที่นิ่งเฉยและนัยน์ตาที่ยังปิดสนิทเหมือนคนหลับไปแล้ว ก่อนจับแขนพรานใหญ่ขึ้นมาแล้วใช้ผ้าเนื้อนุ่มถูให้เบาๆ ทีละข้าง..จากนั้นเลื่อนมาไล้บริเวณลำคอแล้วลากต่ำลงมายังแผ่นอกและหน้าท้องตามลำดับ

และก่อนที่จะได้ถูขาให้เป็นลำดับต่อไป รพินทร์กลับกระตุกข้อมือนั้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงถอนหายใจเบาๆ และสายตาปรามอยู่ในที "พระองค์ไม่ควรทำแบบนั้น"

"โธ่ ผู้กองที่รัก ที่นี่ไม่มีจักราชหรอกน่า มีแต่ไอ้แงซายของผู้กอง แค่ถูขาให้แค่นี้.." จักราช หรือ แงซายกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้างขวางอย่างไม่ถือสา

"อย่า!!" จอมพรานบีบมือแรงขึ้นอีกทั้งยังห้ามเสียงเด็ดขาด ขัดขึ้นก่อนที่แงซายจะกล่าวสิ่งใดไปมากกว่านี้

"ผู้กองมีบุญคุณกับผมล้นเหลือ ทำแค่นี้ยังไม่พอด้วยซ้ำ แต่ถ้าผู้กองเห็นไม่เหมาะ..ผมก็ตามใจผู้กอง" แงซายยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแต่นัยน์ตาคมสวยยังไหวระริกอย่างรื่นเริงอยู่เช่นนั้น "มะ..หันหลังมา แค่ถูหลังคงไม่เป็นไรนะ"

จอมพรานมองใบหน้าของ 'ไอ้แงซายจอมเจ้าเล่ห์' อย่างสงสัย เมื่อไม่เห็นพิรุธอะไรถึงได้ยอมหันหลังให้โดยดี

"โธ่.. เสียดายล่ะซี มีพนักงานสาวๆ มาอาบน้ำให้ดีๆ ไม่เอา เป็นไง..เลยต้องมาให้ผู้ชายมาอาบน้ำให้แทนเลย"

แทนที่พรานใหญ่จะโมโหกับคำยั่วเย้า หยอกเล่น..เขากลับแสดงอาการผิดจากที่แงซายคาดไว้ไปมากทีเดียว "ก็ไม่เป็นไง ..ยังไงแกก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว"

"ฮึ้ย ผู้กองนี่น่ารักจริงวันนี้" แงซายลากร่างแกร่งเกร็งของจอมพรานเข้าไปกอดเสียเต็มรักทำเอารพินทร์ตกใจ ก็เกิดสงครามต่อสู้ดิ้นรนกันขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง (ไม่ใช่คลื่นลมในทะเลน๊า >.<)แรงของผู้ชายสองคนก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก..แต่อดีตกะเหรี่ยงไพรดูจะได้เปรียบด้านเรือนร่างเสียมากกว่า

"จะหายใจไม่ออกอยู่แล้วโว้ย!!" ถึงจะบ่นนั่นบ่นนี่ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ใบหน้าคร้ามเข้มนั่นปรากฏสีแดงเรื่อไปจนถึงใบหู จะว่าไป..น่าจะเป็นการบ่นแก้เขินของจอมพรานเสียมากกว่า

"ผู้กอง..เริ่มไม่น่ารักแล้วนะ พูดไม่เพราะเลย" แงซายของเขากระซิบต่อว่าอยู่ข้างหูทำเอาจอมพรานขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"แล้วไง? แกจะไปฟ้องใคร? 'แม่'แกเหรอ?"

"โอย.. ไม่กล้าหรอกผู้กอง ขืนฟ้องนายหญิง ไอ้แงซายเก๊าะ..โดน โป้ง!! หัวเป็นรูแน่เลย"

"คุณหญิงจะยิงแกเรื่องอะไร?"

"ก็โทษฐาน...กำลังลวนลามคนที่เธอรักทั้งกายและวาจาน่ะสิ" จักราชคลายอ้อมแขนที่รัดแน่นออกพลางผินร่างรพินทร์ ไพรวัลย์ กลับมาเผชิญหน้า นัยน์ตาคมสวยไร้แววขี้เล่นอย่างเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง.. "ขอคืนนี้สักคืนนะผู้กอง แค่ผม..กับผู้กอง แค่เราสองคน ไม่มีคนอื่นอีก..แม้แต่นายหญิง"

จะเปรียบไปก็คงเหมือนจงอางสะกดเหยื่อ เพราะจอมพรานไร้พ่ายอย่างรพินทร์ ไพรวัลย์ ..จ้องนัยน์ตาทรงอำนาจนั้นเพียงครู่ก่อนพยักหน้ารับอย่างง่ายๆ และไม่อาจกระดิกกระเดี้ยหนีไปไหนได้

...ทั้งๆ ที่รู้ว่าริมฝีปากขององค์จักราชเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะไม่ควรเป็นที่ยิ่ง ทว่าสิ่งที่รพินทร์ทำคือหลับตาลงอย่างรอคอย

ริมฝีปากกระจับได้รูปสวยแย้มยิ้มบางๆ ก่อนคลอเคลียริมฝีปากที่เม้มแน่น ..หยอกเย้า ปลอบโยน เพรียกหา... ไม่นาน ริมฝีปากสีจัดของพรานใหญ่ก็ขยับขึ้นลงแตะตอบเบาๆ ความหวานหอมในสัมผัสทั้งมวลหอบเอาสติสัมปชัญญะปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว ที่รับรู้ก็มีแค่ความอบอุ่นบนริมฝีปาก..นุ่มนวลแผ่วเบาเสมือนล่องลอยอยู่ในนภากาศ ...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจักราชโอบกอดเขาแนบชิดแค่ไหน.. ไม่รู้กระทั่งแขนของเขากระหวัดรอบลำคอแกร่งได้อย่างไร

บัดนี้คำพูดทั้งหลายไร้ความหมาย สิ่งที่สื่อถึงกันคือสัมผัสและไออุ่นที่มอบให้แก่กันและกันเท่านั้น

ริมฝีปากแทนคำมั่น

รำพันรักคืออ้อมแขน

เรือนกายแทนคำสัญญา... จะอยู่ในใจกันและกันตลอดกาล

ระยะทางอาจพรากสองกาย ทว่า..ไม่เคยทำให้สองใจคลาดคลา

สัมผัสอ้อยอิ่งของริมฝีปากสองคู่เริ่มแน่นแนบ เน้นหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนไฟในกายโหมกระพือ..เร่งเร้าให้รุ่มร้อน ทว่า..มิได้ร้อนด้วยแรงตัณหา หาก..เป็นสเน่หาที่หวังเพียงฝากรอยรักแลตรึงตรากันและกันอย่างไม่มีวันเลือน ...ฝากร่องรอยแห่งสัมผัสสลักฝังลึก

สัมผัสที่นับจากนี้...นับจากเยื้องกายออกนอกเขตมรกตนครอันยิ่งใหญ่แล้ว จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก..ไม่มีแม้กระทั่งแค่เพียงสบสายตา

เนตรคู่งามแห่งจักราธิราชเจ้าส่องประกายจัดจ้าหวานล้ำ มือที่เคยกรำงานเยี่ยงพรานลูกหาบลูบแผ่วแสนถนอมใบหน้าคร้ามแห่งจอมพราน

"ผู้กองที่รัก คืนนี้เป็นของผมนะ?"

"ฉันไม่อยากผิดต่อคุณหญิงเธอ" พรานใหญ่ก้มหน้าต่ำ กระดากอายพร้อมกันนั้นก็ละอายใจต่อการกระทำของตน นี่เขากำลังนอกใจคุณหญิงอยู่หรือเปล่า??

"ผมรู้ ..แต่ผมว่า เราทั้งคู่ไม่ได้ผิดต่อนายหญิงหรอก"

รพินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ทำไมถึงไม่ผิดน่ะไม่ค่อยเท่าไหร่ ..เพราะคิดว่าแงซายน่าจะมีเหตุผล แต่ไอ้น้ำเสียงที่ออกจะเริงร่าเกินนิดนี่มันอะไรกัน? มันไม่น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ยิ้มออกมาได้นะ

"โอ๊ย ผู้กอง..อย่าช้อนตามองผมแบบนั้นสิ น่ารักเกินไปแล้ว!!" แงซายฉกริมฝีปากวูบลงไปประทับกับริมฝีปากพรานใหญ่แรงๆ หนึ่งทีอย่างหมั่นเขี้ยว

"เฮ้ย!! ฉันไม่ได้อยากให้แกจุ... ฉันอยากรู้ว่าเพราะอะไรแกถึงบอกว่าเราไม่ได้ผิ.... นั่นแหละ!! ต่างหากเล่า ฮึ้ย!! นอกเรื่องทุกที"

"โถ่ อย่าเพิ่งงอนน่า ก็แค่อดไม่ได้เอง อยากทำตัวน่ารักทำไม.. เอ้า บอกก็ได้ ฟังให้ดีๆ ล่ะ"

"เพราะ. ผม. ไม่. ใช่. ผู้. หญิง. ไง!!"

แงซายตวัดร่างจอมพรานขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว ก้าวพรวดๆ ไม่กี่ก้าวก็โยนโครมลงบนเตียงกว้าง

"เฮ้ย เฮ้ย!! แกเล่นอะไรของแกวะแงซาย? ไม่เอานะ..ไม่ตลกแล้วนะเว้ย จะกดแขนฉันไว้ทำไม"

จอมพรานผู้นิ่งเงียบและสงบได้แทบจะทุกสถานการณ์ออกอาการร้องโวยวายออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ แงซายเองก็เพิ่งเคยเห็นพ่อพรานใหญ่ของเขาหลุดเก๊กแบบหมดมาดสุดๆ ก็ครั้งนี้เองจนอดปล่อยเสียงหัวเราะพรืดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"อะไรกันผู้กอง นี่กลัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ... หรืออาย?"

"..........."

"เชื่อมือผมเหอะ ถึงผมยังไม่เคยทำกับผู้ชายคนไหน แต่ผมว่าผมเก่งนะ รับรองได้ผู้กองไม่ต้องกลัวเจ็บเลย"

"ห๊ะ?? นี่แกกล้าพูดออกมาได้ยังไงเนี่ย.."

แล้วการกอดปล้ำของหนึ่งพรานกับอีกหนึ่งอดีตพรานลูกหาบก็เกิดขึ้น เมื่อแรกๆ เสียงโวยวายของหนึ่งพรานดังลั่น แล้วพลันเปลี่ยนไปเป็นเสียงอื่นแทน ..โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครผ่านมาได้ยิน จักราชทรงมีพระบัญชา.. ทหารยามทั้งหลายพากันกลับไปนอนหลับพักผ่อนได้ ..สงครามจบสิ้นลงแล้ว ฉะนั้นให้ไปพักให้สบายใจและเข้ามาทำหน้าที่ของตนในยามเช้าแทน

เสียงหอบดังสะท้อนไปในห้องที่สงัดเงียบ สายลมอ่อนกลางดึกพัดพาเอาความเย็นเยียบจากไอน้ำค้างยามราตรีเข้ามาด้วย แงซายรวบร่างพรานใหญ่'ของเขา'กระชับแน่นขึ้น ไออุ่นจากกายสู่กายถ่ายทอด...ถึงแม้ร่างกายจะร้อนอยู่แล้วก็ตามที รพินทร์ไม่ได้รู้สึกรำคาญ..กลับพาดแขนไปที่ช่วงเอวได้รูปแล้วลูบมือไปตามแนวกระดูกสันหลังเบาๆ

"อย่าดีกว่าผู้กองที่รัก ทำแบบนั้นประเดี๋ยวผมก็คึกขึ้นมาอีกรอบหรอก"

รพินทร์ ..ไม่ แม้แต่จะชะงัก มือที่ไล้ไปมาเบาๆ ก็ยังไล้เพลินๆ อยู่แบบนั้น แต่กลับพูดออกมาเสียงเรียบ "ก็ลองดู.. ถ้าฉันไม่อัดแกกลับ อย่ามาเรียกฉันว่ารพินทร์ ไพรวัลย์"

"เอาล่ะ ผมยอมแพ้ จะยอมนอนนิ่งๆ ให้ผู้กองลูบเหมือนลูกเสือตัวน้อยๆ เลย"

"นั่นสินะ ก็เสือตัวโตๆ สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้นี่"

มีเสียงกึกๆ ดังเบาๆ แล้วแงซายก็กดปากจมูกกับกระหม่อมผู้กองที่รักอย่างถูกใจ "ก็ถ้าผู้กองจะอยู่ต่อผมก็ไม่ว่าอะไรนี่นา บอกแล้วว่าอยากให้ผู้กองอยู่ด้วยกัน"

"ไม่เอาล่ะ แม่ยังรออยู่ แล้วชีวิตนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่าเป็นพรานที่หนองน้ำแห้งหรอก"

"เอานะ ผมไม่บังคับผู้กองหรอก..ถึงจะอยากทำแค่ไหนก็เหอะ ...ยังไงคืนนี้ผมก็ได้อะไรๆ มาเยอะกว่าที่คิดล่ะนะ"

ไม่ว่าจะรู้สึกแบบไหนรพินทร์ก็ยังหน้าตายได้อย่างแนบเนียน ภายใต้ใบหน้าเหมือนรูปสลักหินซ่อนความเขินอายกับรู้สึกเต็มตื้นเอาไว้อย่างมิดชิด ก็ไอ้ 'อะไรๆ' ที่แงซายว่า มันก็ไอ้ 'ตัวเขา' นั่นแหละ

"ต้องอาบน้ำอีกรอบแล้วมั้ง เหนียวตัวขนาดนี้" จอมพรานเปรยขึ้นเบาๆ เหมือนจะรำพึงกับตัวเอง

แงซายยิ้มพราย ก็ไอ้ยิ้มแบบนั้นน่ะยิ้มของ 'ไอ้แงซายจอมเจ้าเล่ห์' อีกแล้วน่ะสิ รพินทร์เริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่คิดเรื่องจะอาบน้ำอีกรอบ

"มะ..คราวนี้ก็ให้ผมถูตัวให้อีกนะ จะเอาให้เอี่ยมอ่องเลย"

รพินทร์กลอกตาแบบปลงๆ ไม่คิดอะไรมากอีก "เฮ่อ แกอยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันไม่มีแรงมานั่งเถียงแกหรอก เหนื่อย เพลีย ง่วง อยากนอนเต็มที ที่ไม่นอนเพราะมันเหนียวตัวเกินไป..นอนไม่หลับ"

"ว๊า.. นี่เห็นว่าผู้กองต้องเก็บแรงไว้ออกเดินทางต่อหรอกนะถึงได้ยอม ม่ายงั้น....."

"พอเลย แค่นี้ยังไม่พออีก? ไปอาบน้ำได้แล้ว ทั้งแกทั้งฉันนั่นแหละ"

รพินทร์ ไพรวัลย์ พรานผู้นำทางในป่าซึ่งนานๆ ครั้งจะได้เจอแหล่งน้ำชนิดให้อาบได้ และบ่อยเสียด้วยกับการต้องหมักหมมร่างกายหลายวันกว่าจะได้อาบ ถึงแม้จะเจอแหล่งน้ำซึ่งมีโอกาสจะอาบได้เกินวันละครั้งจอมพรานก็ไม่เคยทำ น่าแปลก...ที่วันนี้ เขาอาบเกินวันละครั้ง

"คิดอะไรอยู่ผู้กองที่รัก" แงซายนั่งซ้อนอยู่เบื้องหลัง อุทิศแผ่นอกสีทองแดงที่มีมัดกล้ามสวยงามให้พรานใหญ่ของเขาพักพิงและลอบมองเสี้ยวหน้าเหม่อลอยที่ไม่ค่อยได้พบบ่อยนัก นิ้วเรียวยาวเกลี่ยแขนของจอมพรานเล่น

"ก็แค่คิดว่า คนอย่างฉันจะมีวันที่อาบน้ำมากกว่าวันละหนด้วย? แปลกดี"

"คิดอะไรไร้สาระจริงผู้กองเอ๊ย ไม่เห็นแปลกเลย..ถ้ามีน้ำให้อาบก็อาบ ไม่มีก็ไม่ต้องอาบเหมือนตอนอยู่ในป่าไง"

รพินทร์หลับตารับจุมพิตหนักๆ ที่ขมับ แล้วพอลองหลับตาลงแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นง่วงแสนง่วง สติล่องลอยไปไกล..หลับสนิทเสียที

เสียงลมหายใจและลักษณะการสะท้อนของแผ่นอกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและแผ่วเบา แงซายยิ้มกว้างก่อนส่ายหน้าเบาๆ ระคนเอ็นดู มันน่าไหมล่ะ?.. เล่นหลับไม่ระวังตัวเอาแบบนี้ น่ารักจริง..วันนี้น่ารักกว่าทุกๆ วันที่เคยอยู่ด้วยกันมาเลย

แงซายอุ้มร่างหลับไหลวางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ใช้ผ้าซับหยดน้ำตามร่างของจอมพรานอย่างบรรจงก่อนสอดกายแนบชิด

"คืนนี้หลับให้สบายนะผู้กองยอดรัก..ผมจะกอดผู้กองให้สมกับที่ต้องจากกันนานแสนนาน ให้ผู้กองกลับไปแล้วก็ยังจำอ้อมกอดของผมได้ไม่ลืม" แงซายกล่าวขึ้นแผ่วเบาก่อนจุมพิตริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ..ราตรีสวัสดิ์ ตระกองกอดจอมพรานแนบอกให้สมกับที่พูด.....

รพินทร์ ไพรวัลย์ตื่นขึ้นในยามเช้าตรู่.. ข้างกายของเขาว่างเปล่า ไม่มีเงาแงซายของเขาอีกแล้ว ความน้อยใจแล่นริ้ว..ทว่า สลายวับด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งและ...รอยจุมพิตแดงจ้ำที่แผ่นอกด้านซ้าย เมื่อเหลือบไปเห็นโดยบังเอิญ..จำได้ว่าเมื่อคืนไม่มีรอยนี้

รพินทร์รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่พนักงานสาวคนไหนหรือนายทหารคนใดจะวิสาสะเข้ามาทำหน้าที่ของตนแล้วรีบจ้ำออกจากห้องเพื่อไปพบกับคณะนายจ้างของตนและพรานทุกคน

พอทุกคนเห็นหน้าพรานใหญ่ที่ออกมาสายกว่าใครเพื่อนก็พากันโล่งอก คุณหญิงดาริน วราฤทธิ์เกือบจะเข้าไปตามด้วยตนเองเนื่องจากเกรงว่าโรคจับสั่นจะหวนคืน ดีที่คุณชายเชษฐาห้ามไว้เสียก่อนและรอกระทั่งรพินทร์มา ตาเฒ่าบุญคำรีบถลาเข้าไปกระซิบแซวทันที

"แหมมมม นายกู เมื่อคืนหนักไปหน่อยหรือยังไง๊ ตื่นเอาสายป่านนี้.. ถึงดูสะโหลสะเหลเหลือ แต่แม๊..มันสดชื่นจริงน๊อ สาวเมื่อคืนเป็นไงนาย.. ถึงใจป่าว??"

รพินทร์ส่ายหัวแล้วมอบมะเหงกให้ไปที "บุญคำ!! สัปดนไม่เลิกประเดี๋ยวจะเตะให้" ถึงจะดุแกไปแบบนั้นแต่ก็แอบเสียวสันหลังไปวูบหนึ่งเหมือนกัน ถึงบุญคำจะพูดไม่ถูกนักแต่ก็เกือบตรงประเด็นทีเดียว แต่เมื่อคืนน่ะไม่ใช่ผู้หญิงอย่างตาเฒ่าจอมสัปโดกคิดเท่านั้นเอง

"ฮี้ นายนี่..แทงใจดำหน่อยเดียวไม่ได้ ปั๊ดฟ้องนายหญิงซะนี่" พรานใหญ่เงื้อเท้าร่า แต่แกก็รู้ทันหลบฉากไปเสียเท่านั้น

เมื่อถึงเวลาที่ชาวเมืองมรกตนควรจะ ไปส่งยังเส้นทางที่เชื่อมต่อออกสู่โลกภายนอกแล้ว ยิ่งพากันใจหาย การออกไปหมายถึงการจากลาชั่วชีวิต ทุกคนคิดแล้วว่าคงไม่มีโอกาสเจอกันอีกแล้วในชาตินี้...ดินแดนลึกลับแห่งนี้ยากยิ่งนักต่อการเดินทางมาถึง และการมาถึงที่นี่ได้นั้นนับว่าเป็นปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก

หนึ่งคืนระหว่างการเดินทางเพื่อไปส่งยังปลายทางของถนนสายใหญ่นั้น จักราชในร่างของแงซายเข้ามาร่วมนอนกับทุกคนเป็นการอำลา ครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้นอนร่วมกับทุกคนเช่นที่เคยนอนร่วมกันมาตลอดการเดินทาง เมื่อได้เวลาที่ต้องนอนการพูดคุยกันจึงหยุดลง

ภายใต้คราบที่หลับไปแล้วของพรานใหญ่ใครจะรู้... ใต้หมวกใบเก่านั่นตาของรพินทร์ยังลืมโพลงมองฝ่าความมืดอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานาน เขาไม่อาจข่มตาหลับได้ในคืนนี้

มือหนึ่งเอื้อมมาสัมผัสกับมือของเขาทำให้สะดุ้งเล็กน้อย เสียงขยับกายแสนเบาบอกให้รู้ว่าเจ้าของมือล้มกายลงนอนใกล้กัน มือใหญ่อบอุ่นข้างนั้นนำมือของพรานใหญ่เข้าไปจุมพิตเบาๆ แล้ววางแนบอก จังหวะการเต้นของหัวใจเนิบช้าเป็นจังหวะปรกติของผู้ชายแข็งแรงดีคนหนึ่ง ...จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...แงซายของเขา

น้ำตาของรพินทร์ ไพรวัลย์ไหลลงมาเงียบๆ แงซายลูบหลังมือจอมพรานเบาๆ ดั่งจะปลอบประโลม แล้วราตรีแห่งการจากลาก็ล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

การเดินทางต่ออีกครึ่งวันทำให้ทุกคนมาพร้อมกันที่ปลายทางในที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง ขณะที่ต้องหันหลังจาก.. จักราชเรียกรพินทร์เข้าไปหาก่อนส่งสิ่งหนึ่งมาให้

"ผมอยากให้ผู้กองเก็บไว้ระลึกถึง.. เหรียญทองเหรียญนี้เป็นตราประจำราชวงค์เทพ เป็นตัวแทนของผม"

แค่นั้นก็ทำให้รพินทร์รู้ว่า เขาได้ในสิ่งที่สำคัญแค่ไหนมาอยู่ในมือ มือที่ยื่นออกไปรับสั่นเทา..น้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่อยากให้คนอื่นๆ ได้เห็นเอ่อล้น

ทุกคนได้ประจักษ์อีกครั้งว่าชายหนุ่มทั้งสองรักและผูกพันกันเพียงใด แม้ปากรพินทร์จะบอกแต่เกลียดและด่าว่า'แงซาย'มามากมายแค่ไหน ก็เป็นแค่เพียงความรู้สึกชั่วครั้งและผิวเผินเหลือเกิน เบื้องลึกแล้ว..คู่ปรับตลอดกาลที่รู้ทันกันไปเสียทุกเรื่อง แท้จริงแล้วยิ่งกว่ารักยิ่งกว่าผูกพัน เป็นวิญญาณของกันและกัน..การพรากจากครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการเสียจิตวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง

'แงซาย' คว้าร่างพรานใหญ่ที่นิ่งอั้นเข้าไปสวมกอด อ้อมแขนกระชับแน่น..กระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างหู "ผมจะไม่ลืมผู้กองไปจนวันตาย"

"ฉันก็เหมือนกัน ดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ"

"ผู้กอง เหรียญนั่นจะไม่มีค่าเลย..ถ้ามันจะวางอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ข้างกายผู้กอง ฉะนั้น..เก็บไว้กับตัวนะ ผมขอร้อง เก็บหัวใจของผมไว้.."

"ฉันสาบาน"

"แล้วก็..กลับไปแล้วอย่าร้องไห้เพราะคิดถึงผมล่ะ เดี๋ยวผมปวดใจ"

"บ้า!!" รพินทร์ตวาดขึ้นเบาๆ อารมณ์โศกเมื่อครู่เกือบจะหายไปหมด "ยังยั่วกันจนถึงนาทีสุดท้ายเลยนะ"

"ก็ผมไม่อยากให้ผู้กองเศร้านี่" ใช่..แงซายหรือจักราชไม่อยากให้ผู้กองที่รักของเขาต้องเป็นเหมือนเมื่อครั้งที่คิดว่าเขาโดนหินทับเสียชีวิตไปแล้ว ครั้งนั้นรพินทร์แทบยืนไม่อยู่..น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว เจ็บปวดและเศร้าหมอง...

แล้วจักราชจึงผละออกจากร่างจอมพราน "ขอให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยเหลือผมตลอดมา บุญคุณของทุกคนผมจะไม่ลืมไปจนชั่วชีวิต โชคดีครับ" จักราชโน้มกายเข้าไปใกล้แล้วกระซิบกับรพินทร์อีกครั้ง

"โดยเฉพาะคืนนั้น"

.....

..........

รพินทร์ ไพรวัลย์นอนก่ายหน้าผากอยู่ในบ้านต้นไม้ของเขาที่หนองน้ำแห้ง และระลึกนึกถึงรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของ 'ไอ้แงซาย' ในวันนั้นอย่างชัดเจนเหมือนเจ้าของรอยยิ้มนั่นอยู่ตรงหน้าและยิ้มมาให้เขา ได้แต่ตัดใจว่าชาตินี้สิ้นบุญแล้วที่จะได้เจอกัน..

อีกฟากของมิติ

--ดินแดนลึกลับ มรกตนคร--

จักราธิราชยืนยิ้มอยู่ริมสระน้ำเพียงลำพัง บนผืนน้ำที่ไม่เรียบนิ่งปรากฏภาพพรานใหญ่ของเขาอย่างชัดเจน ใบหน้าเคร่งนั้นหมองหม่น.. มือที่กำอยู่บนทรวงอกหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาจุมพิตอย่างโหยหา --เหรียญที่อดีตแงซายมอบไว้ให้ก่อนจาก

"ไม่นานนักหรอกผู้กอง เราต้องได้เจอกันอีก... คราวนี้ผมจะกอดให้สมกับที่ผู้กองคิดถึงผมเลย"

ใช่..แงซายก็ยังคงเป็น 'ไอ้แงซายจอมเจ้าเล่ห์' ของพรานใหญ่รพินทร์อยู่วันยันค่ำ รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์แสนกลไม่เคยเปลี่ยนแปลง นัยน์ตาคมวาววับกระจ่างใส..รอเพียงเวลาที่จะมาถึง

เวลาที่จะนำรพินทร์ ไพรวัลย์กลับมาสู่ที่ที่ขุนเขาจรดผืนฟ้า ที่ที่ทิวาจรดราตรีกาล....

..~~EnD~~..

*****************


edit @ 2007/04/10 18:49:56

[Fic K&T Pop] Hold you tight (end)

posted on 12 Nov 2006 20:05 by deej  in Fictions

Title: Hold you tight
Author: D จัง
Pairing: Rain X Golf
Rating: NC ล้วนๆค่ะ
Summary: เอ...ทำไมเรนถึงได้กอดคอน้องกอล์ฟของเราอย่างสนิทสนมนะ ทั้งๆที่ก็เจอหน้ากันครั้งแรกแท้ๆ? พฤติกรรมช่างน่าสงสัยเป็นยิ่งนัก...จะทำอย่างไรให้หายสงสัยนอกจาก...
Author Note: เรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อสนองความหื่นเท่านั้น หากมันจะไร้สาระสุดๆ ก็ได้โปรดให้อภัยดีด้วยนะคะ และเนื่องด้วยเวลาอันจำกัดจำเขี่ย(ให้มันจบลงให้ได้) จึงเขียนออกมาได้เท่านี้ล่ะค่ะ สุดท้ายนี้..ขอขอบคุณท่านเจ้าที่ --พี่กี้สุดเลิฟที่เป็นแรงบันดาลใจ(บังคับให้แต่ง)และช่วยติเตียน ทำให้ฟิคเรื่องนี้พบจุดจบ เอ๊ย!! แต่งฟิคได้จบค่ะ ถ้าไม่ได้พี่คอยเคี่ยวเข็ญแล้วล่ะก็...ดีว่ามันคงกลายเป็นได้แค่ฟิคดองเน่าๆอันนึงเท่านั้นเอง

พรหมลิขิตเอย... เจ้าเล่นตลกด้วยเหตุไฉน

พรหมลิขิตเอย... ไยทำให้หัวใจเปล่าเปลี่ยวได้เช่นนี้

โชคชะตาเอย... ไยไม่ทำให้ได้มี

โชคชะตาเอย.. ให้คนดีเคียงกายแก่ข้าเทอญ

...

......

ท่ามกลางแสงสียามค่ำคืน ย่านสถานบันเทิงทั้งหลายพากันประดับประดาแสงไฟโดดเด่นสะดุดตา หลอกล่อผู้ที่หลงมัวเมาในแสงสี แม้จะมีบางส่วนที่ต้องการเพียงแค่เปลี่ยนบรรยากาศก็ตาม..หากก็ยังคงเลือกสถานที่เหล่านั้นเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือบางที ก็แค่มองหาคู่ควงไปนอนกอดสักคนในคืนนั้น...เท่านั้นเอง

แล้วใครจะสังเกตเห็น นักร้องดังระดับเอเชีย..แม้รูปร่างสูงใหญ่สะดุดตา แต่ใบหน้าถูกหมวกใบเท่ห์ปิดไปเกือบครึ่ง อีกทั้งในแสงมืดสลัวยังช่วยพรางตาได้ดี ไม่มีใครนึกหรอกว่าคนดังแบบนั้นแฝงตัวอยู่ในสถานที่ที่ไม่น่าจะพบเจอเช่นผับเล็กๆในประเทศญี่ปุ่นไปได้

นามที่ผู้คนเรียกขานคือ 'เรน' สายฝนที่สร้างความสดชื่นแก่ผู้คน หากยามนี้กลับรู้สึกเปลี่ยวดาย

~~..เหงา..~~

ในเวลานี้ที่ว่างเว้นจากการแสดงทั้งปวง 'เรน' จึงปลีกตัวจากโรงแรมที่เพิ่งให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ เพื่อมาพักสมองในที่ที่ไม่น่าจะพักสมองได้ ก็เพราะที่แห่งนั้นอึกทึกครึกโครมเกินกว่าคนที่เรียกว่าอยากพักเขามากัน เสียงเพลงชวนเต้นนั้นเรียกร้องให้ขาเต้นทั้งหลายออกลวดลายกันอยู่กลางฟลอร์ ชายหนุ่มนั่งอยู่ในมุมพ้นสายตาผู้คน แต่มองเห็นผู้อื่นได้ง่าย ช่างเป็นทำเลที่เหมาะกับตอนนี้จริงๆ เขาอยากเห็น อยากมอง และสังเกตผู้คนเหล่านั้น ดูเหมือนความเครียดที่สะสมมาตลอดเวลายาวนานจะเริ่มเจือจางลง เขาเพลิดเพลินไปกับการสังเกตพฤติกรรมของคนที่แตกต่างกันไป มันสนุกดี..ที่ได้เห็นผู้คนแตกต่างไปจากการมองผ่านหน้าเวที ผู้คนที่คลั่งไคล้เขา..ตอนนี้ไม่มีแล้ว สงบดีจัง..............

แต่แล้ว บรรยากาศที่เป็นไปเรียบเรื่อยนั้นก็เปลี่ยนไป เมื่อมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา แม้แสงจะมืดสลัว หากรูปลักษณ์โดดเด่นของแต่ละคนทำให้ผู้คนจำกันได้ เด็กหนุ่มผอมแห้งเหล่านั้นเป็นนักร้องดังของญี่ปุ่น เขาเองก็จำได้ ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมของสาวๆ ทั้งหลายเหลือเกิน ถึงแม้รูปร่างจะดูไม่น่าเป็นผู้ชายก็ตามที

ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น ชายหนุ่มก็รู้จักนักร้องอีกสองคนที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ตัวเขาเองแม้จะยุ่งจนแทบไม่มีเวลาแต่ก็ไม่ใช่คนตกข่าวอะไร ชายหนุ่มมักรับรู้ข่าวสารในวงการนี้ค่อนข้างกว้างขวางจนหลายคนคิดไม่ถึง เด็กไทยสองคนนั้นก็มีลักษณะคล้ายกัน รูปร่างหน้าตาไม่ได้กระเดียดมาทางผู้ชายเท่าไหร่

นัยน์ตาเรียวรีจ้องมองท่าทางร่าเริงของคนเหล่านั้นด้วยความสนใจ เด็กพวกนั้นไม่คิดจะปิดบังฐานะของตนเลยแม้แต่น้อย ดูจะยินดีกับการเป็นที่จับตาของผู้คนทั้งหลาย กลางฟลอร์ที่เคยแน่นขนัดขณะนี้กลับเปิดโล่ง เสียงเชียร์และปรบมือดังขึ้น พวกนั้นกำลังพยายามผลักดันให้ใครบางคนในกลุ่มออกมาเต้นละมั้ง แล้วก็เป็นดังคาด เด็กไทยคนหนึ่งถูกผลักออกมา จากนั้นน้องชายของเจ้าตัวก็ถูกผลักออกมาอีกคน

ตัวคนน้องยิ้มหน้าบานพลางขยับตัวให้เข้ากับจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน แต่คนพี่กลับมองไปยังกลุ่มเพื่อนอย่างอ้อนวอน..แต่สุดท้ายก็ขัดแรงยุไม่ได้ จึงต้องทำตามน้องชาย

ไม่มีใครสังเกตเห็น --ท่าเต้นที่ชายหนุ่มดูยังไงๆ มันก็เป็นแค่สเต็ปของเด็กๆ สำหรับเขา-- มันผิดปกติ ขาข้างหนึ่งของคนเป็นพี่ ที่น่าจะเหยียบลงพื้นเต็มเท้ากลับลงเพียงครึ่งแรง ความแข็งแรงของท่าทางที่ควรเป็นก็ลดลงไปด้วย ใบหน้าเรียวรีปรากฏร่องรอยความเจ็บปวดชั่วครู่ก่อนจางหายรวดเร็ว รอยยิ้มปั้นแต่งมาประดับใบหน้าอีกครั้ง..

จู่ๆ ร่างนั้นก็หยุดเต้น แสร้งทำเป็นชวนเพื่อนไปนั่งโต๊ะจนไม่มีใครจับสังเกตได้สักคน โต๊ะที่คนเหล่านั้นอยู่..เยื้องไปเบื้องหน้าของชายหนุ่มเล็กน้อย...นัยน์ตาเรียวจับจ้องทุกอิริยาบทไม่วางตา มอง..เพียงคนๆ เดียวในกลุ่ม ...แก้วที่มีน้ำดีกรีสูงผสมอยู่ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอิ่มเย้ายวนแก้วแล้วแก้วเล่า นัยน์ตากลมโตมองคนพูดคนนู้นทีคนนี้ทีแล้วพากันหัวเราะ..เสียงใสรื่นเริงตามฤทธิ์น้ำเมา

พลันร้านที่มีบรรยากาศสนุกสนานกลับสับสนอลหม่าน ผู้คนแตกฮือ... ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์สองกลุ่มกำลังมีเรื่องกัน หากมันจะเป็นแค่การชกต่อยกันธรรมดามันก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอะไร แต่มันกลับมีอาวุธออกมาเล่นกันด้วยนี่สิ...ที่สำคัญ จุดที่มีเรื่องกันนั้นอยู่ใกล้กับกลุ่มเด็กหนุ่มสะดุดตาพวกนั้นมาก คนทั้งกลุ่มแตกกระจายหลบกันจ้าละหวั่น

'เรน' สืบเท้าเข้าหาจุดสนใจของตนทันทีตั้งแต่เริ่มมีเรื่อง ชายหนุ่มรู้ว่าเขาคงทำอะไรได้สักอย่าง ...บางที เป้าหมายอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด

เด็กไทยคนน้องถูกคนในกลุ่มคนหนึ่งฉุดไปทางหนึ่ง แต่คนพี่กลับสวนหมัดใส่คนที่เซถลามาทางตนเปรี้ยงใหญ่จนเจ้าคนโชคร้ายหน้าหงาย แต่มันไม่ได้มีอยู่คนเดียว คนที่คาดว่าเป็นเพื่อนหันเหเป้าหมายมาทางเด็กหนุ่มทันทีที่เห็นว่าเพื่อนของตนถูกสอยจนร่วงไปกองกับพื้น และก่อนที่เจ้าคนตัวใหญ่จะเหวี่ยงหมัดใส่เด็กหนุ่มหน้าใสที่ทำอะไรเกินตัว 'เรน'ถีบจนเจ้านั่นกระเด็นไปไกลก่อนกระชากเรียวแขนให้ออกวิ่งตามเขาออกไปจากตรงนั้น

"มานี่!!" เสียงทุ้มนุ่มเป็นภาษาอังกฤษตวาดใส่ แต่ไม่ทำให้ร่างนั้นหันมาสนใจเท่าไหร่

"โด่เอ๊ย!! ไอ้อ่อน ..เก่งจริงตามมาดิ!!"

เด็กหนุ่มหันกลับไปตะโกนใส่เจ้าคนที่เพิ่งถูกถีบกระเด็นอย่างสะใจ และแม้จะเป็นภาษาไทยที่สุดแสนจะอ้อแอ้ก็ตาม แต่ฝ่ายนั้นก็เดาความหมายที่ออกมาทางไม่ดีได้ไม่ยาก ...เพราะนิ้วกลางทั้งสองมือโชว์หราส่งมาให้

'เรน' ทั้งฉุดทั้งดึง หรือจะเรียกว่าลากก็คงไม่ผิดนัก เมื่อร่างบางไปกวนตะกอนโทสะของคู่กรณีจนเจ้าคนที่เพิ่งมีคดีความกันชักชวนเพื่อนๆ กรูกันเข้ามาเตรียมขย้ำร่างโปร่งบาง ความจริงแค่คนไม่กี่คนมันก็ไม่ครนามือเขาเท่าไหร่หรอก เพียงแต่ว่าคนเยอะขนาดนั้นเห็นทีจะขอผ่าน ....มันเปลืองแรงมากเกินไป 'เรน'ได้แต่ยิ้มในใจ สู้เก็บแรงที่จะทะเลาะกับพวกบ้านั่นเอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

'เรน'ลากร่างโปร่งไปหลบในซอยมืดเปลี่ยวที่อยู่ห่างออกไปหลายช่วงตึก และกว่าจะมาถึงตรงนั้นก็เล่นเอาหอบเหนื่อยไปตามๆ กัน เด็กหนุ่มซี๊ดปากด้วยความเจ็บปวดก่อนทรุดนั่งนวดข้อเท้าตัวเองป้อย

"ค..คุณ เป็นใครน่ะ? มา...ยุ่งกับผม...ทำไม" กอล์ฟถามชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยังคงกุมข้อมือของเขาเอาไว้ในมืออย่างแน่นหนาด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยขาดห้วง พร้อมกับสะบัดยิกๆ เพื่อให้ปล่อยเสียทีเป็นภาษาอังกฤษ เพราะจำได้ว่าอีกฝ่ายพูดภาษาอังกฤษใส่เขา

แต่แทนที่จะตอบชายหนุ่มกลับกระตุกร่างเด็กหนุ่มขึ้นมาหาจนถลาไปแบบไม่เป็นท่า ภายใต้เงามืดและหมวกใบเท่ห์กอล์ฟเห็นโครงหน้าร่างสูงเพียงรางๆ สายตามึนเลือนรางจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องอยู่นานจนกระทั่งแจ่มชัด เสียงครางแผ่วจึงรอดออกมา

"เรน..? งั้นเหรอ.........."

"แล้วคิดว่าหน้าแบบนี้มีที่ไหนอีก หรือไม่เชื่อ?"

"โอเค ผมเชื่อ ปล่อยผมสักทีสิ จะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว"

"ถ้าปล่อย.. นายจะเลิกโวยวาย..แล้วตามฉันมาดีๆ ใช่ไหม?.."

ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะฟังยังไง น้ำเสียงที่เหมือนจะถามนั้น..มันดูคาดคั้นชอบกล "ผมจะเลิกโวยวาย แต่ว่าคงไม่ตามคุณไปหรอกนะ ผมจะกลับโรงแรม .......โอยตายแล้ว!! แล้วน้องผมจะเป็นยังไงล่ะ ตอนนี้..."

"ไม่ต้องห่วงไปหรอก น้องนายออกไปกับเพื่อนของนายนั่นแหละ พวกนั้นลากกันออกไปก่อนจะโดนลูกหลง ...คงไม่มีใครโง่พอ ที่จะอยู่ในที่ๆ เขากำลังวิวาทกันหรอก"

ใช่.... และไม่มีใครโง่พอที่จะไม่รู้ว่าโดนหลอกด่าอยู่ด้วย เด็กหนุ่มอยากโต้กลับใจแทบขาด ทว่า..ความเป็นคนมีมารยา..เอ๊ย!! มารยาททำให้สงบคำไว้ เพราะยังไงเสีย นักร้องดังคนนี้ก็เป็นผู้มีพระคุณ

"ทีนี้ตามฉันมาได้หรือยัง" 'เรน'ฉุดให้อีกฝ่ายเดินตามโดยไม่สนอาการโวยวายต่อต้านอย่างไร้ประโยชน์แถมขายังกะเผลกอีกด้วย

"จะไปไหน? ผมจะกลับโรงแรมนะ ไม่ไปกับคุณหรอก..ปล่อย!!"

"จะขึ้นรถดีๆ หรือจะให้ฉันจับมัดโยนใส่ท้ายรถ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบพาให้กอล์ฟชะงักนิ่ง สายตาเลิ่กลั่กสอดส่ายหาตัวช่วยทันที ก็น้ำเสียงแบบนั้นน่ากลัวน้อยอยู่เมื่อไหร่ และไม่ต้องห่วงเลยว่าชายหนุ่มทำอย่างที่พูดจริงๆ แน่ เพราะนัยน์ตาเรียวรีนั่นจ้องเขม็งพร้อมหยักมุมปากเยาะหยันราวสนุกสนานเต็มที่

..

.....

สุดท้ายกอล์ฟก็มานั่งปุอยู่ในห้องของโรงแรมระดับหรูที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ถึงแม้จะมึนเมาแค่ไหนเด็กหนุ่มก็ยังตระหนักดีว่า การอยู่ในห้องกับหนุ่มคนดังคนนี้ดูจะไม่น่าปลอดภัยเท่าไหร่ หลังจากที่เรนหายเข้าไปในห้องนอนพักหนึ่ง..ชายหนุ่มกลับออกมาพร้อมเสื้อคลุมอาบน้ำ เขาโยนมันไปให้เด็กหนุ่มก่อนออกคำสั่ง "ไปอาบน้ำซะ จะได้หายแฮงค์"

กอล์ฟเบะปากอย่างเบื่อหน่าย ไอ้ครั้นจะดื้อรั้นไปก็คงไร้ประโยชน์เหมือนตอนที่ไม่อยากขึ้นรถมาด้วยอยู่ดี เด็กหนุ่มเดินลากขาทุลักทุเลเข้าห้องน้ำไปโดยไม่วายบ่นอุบอิบตั้งใจให้ได้ยิน "คนอะไรวะ?!! เอาแต่ใจชะมัด บอกแล้วว่าจะกลับจะกลับ ยังจะพามาอยู่ได้"

'บ่นไปก่อนเถอะ ถึงเวลาจะให้ครางอย่างเดียวพูดอะไรไม่ออกไปเลย'

'เรน'ได้แต่รำพึงในใจอย่างหมั่นไส้ พลางมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในห้องน้ำอย่างที่สั่ง

เมื่อร่างโปร่งบางออกมาจากห้องน้ำ เขาพาตัวเองไปทางเสียงก๊องแก๊งที่ดังอยู่ในครัวอันแสดงว่าเจ้าของห้องอยู่ในห้องนั้น ..ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าใกล้..กลิ่นหอมหวนของกาแฟก็ลอยเตะจมูก

"ดื่มกาแฟสิ มันช่วยให้นายไม่ปวดหัวตอนตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้"

"เหรอ...จริงอ่ะ? แต่ผมคิดว่า.."

"อย่าพูดมาก บอกให้ดื่มก็ดื่มซะ" ก็อีกนั่นแหละ ต้องให้สั่งหรือไม่ก็ข่มขู่ถึงจะยอมทำตาม

กาแฟร้อนๆ ก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่งได้เหมือนกัน แต่เด็กหนุ่มก็นึกขึ้นมาได้อีกว่า.. ถ้าดื่มกาแฟกลางดึกขนาดนี้ เขาจะไปหลับลงได้ยังไงกันล่ะ?? มานึกได้ก็สายไปแล้ว กาแฟดำเข้มข้นถูกดื่มจนหมดแก้ว..

"คือ...ดื่มกาแฟข้นขนาดนี้ผมจะนอนหลับได้ยังไงล่ะ ไม่ตาสว่างไปตลอดคืนเลยเหรอ..."

"คืนนี้ค้างกับฉัน แล้วพรุ่งนี้นายมีงานหรือเปล่า?"

กอล์ฟออกจะงงอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มไม่ค่อยจะยอมตอบคำถามเขาเท่าไหร่ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่องนะ แต่ว่า..พอทีตัวเองถามกลับอยากให้เขาตอบซะอย่างนั้น ไม่เห็นยุติธรรมเลยจริงๆ

"ไม่มีครับ ผม..ยังเรียนอยู่"

"หึหึ ฉันรู้ แต่ที่ฉันว่างานน่ะ มันงานนักร้องของนายต่างหาก"

"อ้าว? รู้ด้วยเหรอ? ไม่คิดจริงๆ นะ นักร้องดังแบบคุณรู้จักนักร้องไม่มีชื่อแบบผมได้.."

"ความดังไม่ได้ทำให้อะไรมันปิดหูปิดตาฉันนี่นา ฉันก็ตามข่าวคราวคนอื่นเหมือนกันนะ" 'เรน'มองร่างที่นั่งตรงกันข้ามยิ้มๆ ที่เห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาไม่ค่อยอยากเชื่อ พลางคุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อยเปื่อย ทว่า..ชายหนุ่มไม่ค่อยได้ฟังสักเท่าไหร่ เหตุเพราะลอบมองร่างที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำอุ่นๆ มาจนเรือนกายออกเป็นสีชมพูระเรื่อ เรียวปากอวบอิ่มแดงสดน่าสัมผัสลิ้มลอง... ลำคอเรียวงามอีกทั้งแผ่นอกเรียบตึง..พากันอวดโฉมอย่างหมิ่นเหม่ด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำที่ใส่ไม่ใคร่จะเรียบร้อยนัก

การพูดคุยยุติลงได้เมื่อเด็กหนุ่มเหลือบไปเห็นเข็มนาฬิกาที่ผนังบอกเวลาเลยเที่ยงคืนแล้ว ถึงแม้กอล์ฟจะไม่รู้สึกง่วงเลยก็ตาม หากร่างกายของเขาก็เรียกร้องที่นอนนุ่มๆ หวังพักผ่อนจากการตะลอนทั่วโตเกียวมาทั้งวัน จึงเอ่ยขออนุญาตเจ้าของห้องเข้านอน

"นายไปนอนก่อนละกัน ฉันจะอาบน้ำก่อน.. แล้วจะตามไปนอนเป็นเพื่อน" เมื่อเจ้าของเสียงเน้นหนักคำว่านอนจนน่าแปลกใจ ประกายตาวิบวับชวนสงสัยก็พากันเปล่งประกายจนเด็กหนุ่มจับสังเกตได้

"เอ่อ..แล้วผมจะขอยืมชุดนอนสักชุดได้ไหมครับ"

"คิดว่าไม่ได้หรอก ฉันไม่ชอบ......"

กอล์ฟพยักหน้าเข้าใจ เพราะถ้าเป็นเขาเอง หากไม่ใช่คนสนิทล่ะก็ อาจทำใจให้ใส่ชุดเดียวกันลำบากเหมือนกัน

...ทว่า...

อนิจจาเหลือแสน ความเข้าใจของเด็กหนุ่ม...ช่างสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงกับความคิดของ'เรน'..ผู้คิดจะ............

"ผม..โทรบอกน้องก่อนนะ"

"เอาสิ เอานี่โทรก็ได้นะ" 'เรน'ยื่นโทรศัพท์มือถือของตนส่งให้เด็กหนุ่ม จากนั้นเมื่อมีคนรับสายเขากลับคว้าไปพูดเสียเองแถมเดินห่างออกไปอีกฟากของห้อง พอกอล์ฟจะเดินตาม..ชายหนุ่มจึงหันมาปรามด้วยสายตาก่อนสนทนากับคู่สายเบาจนเด็กหนุ่มไม่อาจได้ยิน

........

....

".....................โอเคครับ ฝากพี่ผมด้วย .....................ครับพรุ่งนี้ว่างทั้งวันครับ พอดีหมดคิวงานตั้งแต่เมื่อวานครับ ...................กลับไทยวันพรุ่งนี้ เครื่องบินออกตอนทุ่มนึงครับเพราะงั้นอย่าลืมมาส่งก่อนเวลาสัก 2 ชั่วโมงด้วย ยังไงก็...ถนอมพี่ผมหน่อยนะ ผมก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่อ่ะนะ แต่เห็นว่าคุณเป็นคนดังหรอกผมถึงยอม อย่าลืมที่สัญญากับผมด้วยนะ .....................ครับ ขอบคุณ ราตรีสวัสดิ์ครับ" ไมค์ยิ้มค้างแล้วหัวเราะเบาๆ พร้อมนึกถึงของที่จะได้เมื่อพี่ชายกลับมา

"น้องผมว่ายังไงบ้าง?"

"เค้าบอกว่าเจอกันที่สนามบิน และจะเก็บของให้นายเรียบร้อยเลย"

"เอ๊ะ??? แต่ว่า..คุณคงไม่ได้ให้ผมอยู่กับคุณจนถึงเย็นพรุ่งนี้หรอกใช่ไหม..? ก็..."

'เรน'ก้าวเท้าเข้าหาคนที่ยังมีทีท่างุนงงสับสนด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร เขาหยุดนิ่งเมื่ออยู่ในระยะที่เอื้อมมือได้ถึง ...นัยน์ตาเรียวรีมองไล่พินิจเรือนร่างบอบบางจากบนลงล่าง..จากล่างขึ้นบน

"นายคิดไหมว่า... ทำไม่ฉันถึงไม่อยากให้นายใส่ชุดนอนของฉัน"

"อ่า...ก็คุณบอกว่าไม่ชอบ ให้คนอื่นใส่เสื้อผ้าของคุณ..ไม่ใช่เหรอ"

"ที่บอกว่าไม่ชอบน่ะ ใช่... แต่ว่าที่จริง..ไม่ชอบให้นายใส่มากกว่า ฉันหมายถึง...ฉันชอบที่จะให้นาย....

ไม่ใส่อะไรเลยน่ะ"

".......................!!!!!!???"

กอล์ฟอึ้งกิมกี่ไปหลายวิหลังจากได้ยินคำพูดที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ง่ายๆ แบบนั้น ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีผู้ชายคนไหนมาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าเขา และยิ่งไม่คิดไม่ฝันว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็น 'เรน' นักร้องดังระดับเอเชียอีกด้วย และใบหน้าของตัวเองที่เดี๋ยวแดง เดี๋ยวซีดปนเหยเกคงตลกมากไปหน่อย อีกฝ่ายก็เลยหลุดหัวเราะพรืดออกมา

พอเด็กหนุ่มเห็นว่าคนที่พูดอะไรชวนคิดลึกหัวเราะขำๆ เขาก็เลยคิดได้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าอาจเป็นคนขี้เล่น ตลกร้ายอะไรทำนองนั้น หัวคิ้วเรียวสวยที่ขมวดมุ่นจึงคลายออกพร้อมพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ใบหน้าขาวๆ ที่เหยเกจึงผ่อนคลายขึ้น

"โธ่.. 'เรน' คุณล้อเล่นหรอกเหรอ ตกใจหมด งั้นผมขอนอนด้วยสักคืนนะ...ว่าแต่จะให้ผมนอนที่ไหนล่ะเนี่ย?" กอล์ฟหันหลังให้ร่างสูงใหญ่เพื่อมองหาสถานที่สำหรับหลับนอนของตัวเอง แล้วก็เห็นว่าโซฟาสีกรมท่าในห้องตัวใหญ่นั้น ใหญ่พอที่เขาจะไปขดตัวนอนได้อย่างสบายๆ และพอหันกลับไปเพื่อจะบอกว่าขออาศัยโซฟาเบื้องหน้าก็ปะทะเข้ากับแผ่นอกหนาแกร่ง พร้อมลำแขนกว้างโอบรัดเข้าหาแน่น

"อ๊ะ!!? คุณจะทำอะไรน่ะ.. ผม..." ร่างบางตาเหลือกด้วยตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองสบนัยน์ตาเรียวรี..แววตาร้อนๆ ส่อเค้าถึงอันตราย..กอล์ฟเลยยิ่งดิ้นรนหนักขึ้น "ปล่อย ปล่อยผม!! คุณเล่นบ้าอะไร บอกให้ปล่อยไง!!"

"ไปที่เตียงดีกว่าน่า.. ที่โซฟาก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ที่มันแคบไปหน่อยก็เท่านั้น"

พร้อมกันนั้นลำแขนแกร่งก็เปลี่ยนจากการโอบรัดเป็นตวัดร่างผอมกว่าขึ้นพาดบ่าตรงไปยังเตียงกว้างที่เห็นอยู่ไม่ไกล

"เฮ้ย!! ไม่เอานะ อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ผมไม่ตลกด้วยนะ!! Shit!! Damn-Ass....." และคำด่าทอภาษาอังกฤษอีกมากที่เด็กหนุ่มพอจะนึกออกพร่างพรูออกจากปากคู่สวย ช่วงขาที่ถูกรวบไว้ทำอะไรไม่ได้มากกอล์ฟจึงได้แต่ระดมหมัดทุบลงแผ่นหลังกว้างสุดแรง แต่แรงกระเทือนทั้งหลายกลับไม่อาจหยุดยั้งการก้าวเดินอย่างสบายอารมณ์ของนักร้องคนดังแห่งเกาหลีได้

สุดท้ายก็ลงไปนอนแอ้กบนเตียงนุ่มด้วยแรงเหวี่ยงที่ไม่เบานัก "เหวอ...."

ทันทีที่หายมึนกับการเปลี่ยนทิศกะทันหันของร่างกาย การตะเกียกตะกายเริ่มขึ้นอีกครั้ง เด็กหนุ่มพุ่งตัวไปอีกด้านของเตียงเพื่อไปให้พ้นมือหนาไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากแต่'เรน'กลับไวไม่แพ้กัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่เสื้อคลุมอาบน้ำบริเวณบั้นเอวแล้วกระชากกลับหาตัวด้วยแรงที่อีกฝ่ายไม่อาจต้าน ....ร่างบางๆ ที่ปลิวหวือกลับมาปะทะอกแกร่งอีกครั้งชะงักนิ่งเมื่อชายหนุ่มบิดไพล่สองแขนของเขาเอาไว้ด้านหลัง หากเพียงขยับกายไหล่ของเขาจะถูกดึงรั้งผิดธรรมชาติทันที ส่งผลให้เจ็บปวดบริเวณหัวไหล่อย่างมาก แน่นอนว่าเด็กหนุ่มทราบดีว่าท่านี้อาจทำให้เขาแขนเดาะได้หากเกิดการบิดตัวมากกว่านี้

ในเมื่อการหนีด้วยการใช้กำลัง..ไร้ผลอย่างสิ้นเชิง ทางที่เหลือก็คงหนีไม่พ้น..... "ฮึก ปล่อยผมไปเถอะ ผมกลัวแล้ว.." น้ำตาเม็ดน้อยหยดแหมะเหมือนผู้กำกับสั่งแอ๊คชั่นอย่างไรอย่างนั้น

แต่...คนที่เจนจัดกับการแสดงมานานกว่า และเก่งกว่า ย่อมจับได้เฉกครูกับศิษย์ฉันใด มวยทางเดียวกันย่อมเดาทางกันออก...ประมาณนั้น

มุมปากหนุ่มตี๋หยักยิ้ม มือที่พันธนาการแขนบอบบางเอาไว้ละจากไปข้างหนึ่ง..เพื่อดึงใบหน้าเรียวรีหันมาทางตน ก่อนประทับจุมพิตแผ่วผ่านไล้เลียริมฝีปากด้านนอกโดยมิได้มีการรุกล้ำแต่อย่างใดให้ต้องกังวลมากกว่านี้ ..ซึ่งกอล์ฟได้แต่หลับตาปี๋รอคอยเพียงโอกาส...หนี!! มือหนาข้างนั้นเปลี่ยนเป้าหมายจากปลายคางไปเป็นปลายสายของผ้าคาดเอวที่มัดรวบเสื้อคลุมอาบน้ำ..อันทำหน้าที่ของมันด้วยดี ด้วยการปกปิดเรือนกายไว้..เกือบมิดชิด และด้วยมันหลุดลุ่ยจากการต่อสู้จนคลายปมออกเกือบหมดแล้ว เหตุนั้นถึงทำให้เพียงออกแรงดึง..นิดเดียวจริงๆ เสื้อคลุมอาบน้ำก็พร้อมเปิดเผยเนียนผิวใต้ร่มผ้าอวดโฉมให้ได้ยล

ฝ่ามืออุ่นไล้เลื้อยเข้าไปลูบระรานกับผิวกายอ่อนนุ่มเนียนมืออยู่ครู่ก่อนหันไปให้ความสนใจกับจุดสะดุดบนหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงหายใจหนักหน่วง..ตื่นเต้น..หวาดกลัว นิ้วมือกดย้ำบริเวณนั้นและไล้วนหนักสลับเบา

"อึ๊!!"

"ไง...รู้สึกใช่ไหม"

"ม..ไม่!! อ๊ะ!!"

ยิ่งเสียงครางหวานดังขึ้นเท่าไหร่ 'เรน'ก็ยิ่งพึงใจมากขึ้นเท่านั้น คิดแต่ว่า จะทำอย่างไรให้เด็กหนุ่มครางไม่หยุดอย่างที่ตัวเองต้องการ

ใช่..ทำยังไงดีนะ

...มือไปไวกว่าความคิดเมื่อมันเลื่อนลงต่ำว่าเอวแล้วไปกดหนักๆ แถวบริเวณโคนขาจนเด็กหนุ่มอ้าขากว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว กอล์ฟกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่าอาจส่งเสียงประหลาดออกไปอีก 'เรน'ค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วลากผ่านความยาวของแก่นกาย..เบาๆ..ช้าๆ.. ไปมาอยู่อย่างนั้น ไม่มีการกระตุ้นที่รุนแรง....ไม่มีสัมผัสหยาบกระด้าง

ไม่นานนักตัวตนที่นอนนิ่งของเด็กหนุ่มกลับชูชัน...จากนั้นมือที่เคยสัมผัสก็ละจาก มันไล้ขึ้นมาถึงบริเวณหน้าอกอีกครั้งแล้วลากแผ่วเบาดุจขนนกไปทั่ว.. กอล์ฟขนลุกซู่ไปทั้งร่าง...สัมผัสแผ่วเบานั่นปลุกปั่นอารมณ์เขาได้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

"อื้อ อื้อ อา..."

"หึ" ชายหนุ่มรั้งร่างขาวนวลลงราบกับเตียงแล้วกดข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้มั่น สายตาร้อนๆ ไล่สำรวจโครงหน้าหวานๆ ก่อนก้มลงไปหา เมื่อริมฝีปากสัมผัสริมฝีปาก..ชายหนุ่มดึงเม้มหยอกเบาๆ แล้วบดขยี้อย่างนุ่มนวลเรียกเสียงเครือในลำคอจากร่างบอบบาง

ในตอนนี้สติของกอล์ฟแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองต้องต่อต้านและหนี ...ในหัวที่ขาวโพลนมีกองไฟขนาดย่อมกำลังลามเลียและขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่ให้ตั้งตัว แล้วยิ่งมีลิ้นร้อนๆ เข้ามาพัวพันนัวเนียแลกสัมผัสกัน..ไฟกองนั้นยิ่งลุกโชนแทบเผาร่างของเขาให้เป็นจุล มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่จุมพิตถอนออก..เปลี่ยนไปทำร่องรอยบริเวณลำคอแทนเสียแล้ว...

เด็กหนุ่มพบว่ามือทั้งสองข้างของเขาเป็นอิสระ..และบัดนี้มันขยุ้มโคนผมและกดศีรษะของร่างด้านบนให้มอบสัมผัสให้เขามากกว่านี้ และหลังจาก'เรน'ทิ้งรอยแดงช้ำไว้ตามลำคอและแผ่นอกเรียบเนียนจนเป็นที่พอใจแล้ว.. นักร้องคนดังวกกลับเข้ามาแลกความหวานล้ำจนเด็กหนุ่มแทบหายใจหายคอไม่ทัน เรียวลิ้นดึงดันและถอยห่างพาให้รุกไล่เป็นจังหวะ...สติถูกชักนำไปสู่ห้วงราคะอีกครั้ง

แต่แล้วจู่ๆ ฝ่ายนั้นกลับถอยห่างออกไปนั่งยังปลายเตียง และมองกลับมาเงียบๆ มีเพียงนัยน์ตาเรียวรีและรอยยิ้มน้อยๆ ที่บอกว่ายังให้ความสนใจกับร่างเบื้องหน้าอยู่... กอล์ฟหัวหมุนติ้ว..ทั้งสับสนและงุนงง นัยน์ตาโตฉ่ำปรอยมองร่างสูงใหญ่อย่างไม่เข้าใจ

"แต่งตัวให้เรียบร้อย ฉันจะนอนแล้ว" ถ้อยแถลงไขจากร่างสูงเป็นดั่งสายฟ้าฟาด กอล์ฟใจหายวูบ..ร่างกายของเขากำลังเรียกร้องอย่างหนักให้ได้รับการปลดปล่อย...เขากำลังทรมาน เมื่อ'เรน'หายลับไปทางห้องน้ำแล้วทิ้งเขาไว้อย่างไม่ใยดี..อารมณ์หลากหลายโหมกระหน่ำจนเจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่

กลัว...ใช่

ต้องการ...ใช่

อับอาย...ใช่

เสียใจ...ใช่

สุดท้าย โกรธ...ใช่!!

เด็กหนุ่มกำลังสะอื้นไห้เบาๆ ด้วยรู้สึกอัดอั้นและคับแค้น...จากตอนแรกที่หวาดกลัวและรังเกียจกลับกลายเป็นต้องการและเรียกร้องอย่างไม่มีเหตุผล รู้แต่ว่าเขาต้องการปลดปล่อยจากความทรมานนี้...และคนที่ก่อมันไว้ กลับหนีหายไปเสียเฉยๆ โดยไม่รับผิดชอบ

"ฮึก!! ไอ้บ้า คนบ้า ทำงี้ได้ไงวะ" เด็กหนุ่มรำพึงด่าเบาๆ ร่างโปร่งบางค่อยตะแคงตัวแล้วใช้มือปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดลอดออกไป ...แต่ยิ่งอดกลั้นกลับยิ่งทรมาน มือน้อยๆ ค่อยๆ เลื่อนลงต่ำเพื่อทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

ฝ่ามือที่กำไว้รอบขยับขึ้นลงเร็วๆ หวังไปให้พ้นจากจุดนี้เสียที ...เมื่อใกล้ถึงจุดหมายที่ต้องการ..มือนุ่มยิ่งเร่งการกระทำของตัวเองให้เร็วขึ้น แต่แล้ว...สวรรค์ที่กำลังจะย่างก้าวเข้าไปหาก็พังลงราบเมื่อมือน้อยๆ ข้างนั้นถูกกระชากออกไปพร้อมร่างที่ถูกจับพลิกให้นอนหงาย

"ไอ้บ้า ปล่อยนะเว้ย!! บอกให้ปล่อยไง!!"

"..................."

"ฮึก ฮึก ปล่อยเถอะ ได้โปรด..." ท้ายเสียงที่กราดเกรี้ยวอ่อนยวบลงอย่างน่าสงสาร

"จุ๊ ๆ คนเก่งของฉันหายไปไหนแล้ว ไหนบอกหน่อยสิ..ทำไมฉันต้องปล่อยให้นายมาทำเตียงของฉันเลอะด้วย"

"ไม่รู้...ผมไม่รู้" ร่างที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราวทั้งร่างก้มลงเล็มเลียหยาดน้ำตาจากนัยน์ตาคู่สวยก่อนส่งยิ้มหวานไปให้

"ถ้าฉันยอมให้ทำได้...จะมีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ?"

"อะไรก็ได้ อะไรก็ได้ที่คุณต้องการ เอาไปเลย..." เด็กหนุ่มยังคงหลับหูหลับตาพูดโดยไม่เห็นรอยยิ้มกว้างจนตาหยีของนักร้องแสนเจ้าเล่ห์

ฝ่ามือใหญ่ชักนำมือของอีกฝ่ายลงไปแตะสัมผัสบางสิ่งที่ร้อนไม่แพ้กัน...ความใหญ่โตที่เด็กหนุ่มสัมผัสได้ทำให้เขาหันไปจ้องสิ่งนั้นด้วยใบหน้าตะลึงพรึงเพริด ก่อนสบเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับของร่างเบื้องบน

"รู้แล้วใช่ไหม..ว่าฉันต้องการอะไร?"

"........................" หลังจากตริตรองได้ครู่ก็พอรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กอล์ฟส่ายหน้าพรืดแบบไม่ต้องคิดอีก "ไม่เอานะ มัน.....มัน....เข้าไปไม่ได้หรอก จริงๆ นะ เชื่อผมสิ"

"หึหึ เสียงสั่นเชียว เคยลองแล้วเรอะถึงได้รู้ว่าจะเข้าไปไม่ได้น่ะ ไม่เอาน่า..."

"ไม่ต้องลองผมก็รู้โว้.."

เฮือก!!!

ก่อนจะโวยวายจบมือหนาแกล้งไปรูดรั้งแรงๆ ทีหนึ่งจนเด็กหนุ่มผวาเฮือกตามมือ "คิดจะปล่อยเจ้านี่..ทรมานแบบนี้เหรอ?? ไม่ฉลาดเลยนะรู้มั้ย"

"อา..."

"มาสิ เชื่อมือเถอะน่า..ไม่เจ็บหรอก" หลังคำปลอบทุ้มนุ่ม 'เรน'มอบจูบแสนหวานให้เป็นของขวัญปลอบใจอีกระลอก....จากนุ่มนวลเนิบนาบกลับกลายเป็นรุนแรงขึ้นเมื่อเจ้าของริมฝีปากอิ่มเอง..ที่เป็นฝ่ายเรียกร้องสัมผัสลึกล้ำยิ่งกว่า ลิ้นเล็กดึงดันที่จะเข้าไปแลกความสัมผัสปลุกปั่นเพลิงราคะให้มากขึ้น หนักหน่วงขึ้น... จนแม้แต่ชายหนุ่มเบื้องบนยังครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ

มือหนาให้รางวัลแก่เด็กดีด้วยการช่วยสานต่อเบื้องล่างจวบจนกระทั่งได้รับการปลดปล่อยออกมาเต็มมือ

"อือ อืม... อึ๊!!" เสียงครางกรีดร้องหวานล้ำดังอยู่แค่ในลำคอเมื่อริมฝีปากยังคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง แม้จะผ่อนแรงลงบ้างจนกลายเป็นแค่การกดจูบเบาๆ ก็ตามที

"คว่ำหน้าสิ ใช่...เด็กดี" เสื้อคลุมอาบน้ำที่แสนเกะกะถูกดึงทิ้งไว้ข้างเตียงอย่างไม่ใยดีก็ครานี้ "คุกเข่าหน่อย...อ้าขาอีกนิด ดี..." ร่างอ่อนแรงทำตามอย่างว่าง่าย ร่างกายกระทำตามโดยไม่ทันได้คิดอะไรมาก

"มือฉันเลอะหมดแล้ว เลียให้หน่อยสิ" ร่างสูงใหญ่ที่คร่อมอยู่ด้านหลังส่งมือข้างที่เพิ่งปรนเปรอพิศวาสให้เมื่อครู่ไปเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม

กอล์ฟใช้ปลายลิ้นไล้ไปบนฝ่ามืออย่างกล้าๆ กลัวๆ รสชาติแปร่งปร่าอวลกลิ่นตัณหาช่างไม่คุ้นเคย... เมื่อละไล้ไปถึงปลายนิ้วแกร่งชายหนุ่มกดนิ้วเข้าไปในโพรงปากแล้วกวาดจนทั่ว..หยอกล้อกับเรียวลิ้นที่หดกลับเข้ามาแล้ว

"พอแล้ว..." 'เรน' เอ่ยเบาๆ ก่อนถอนนิ้วที่ชุ่มน้ำลายออกมา เขาโน้มตัวมอบจุมพิตร้อนแทนที่... ส่วนปลายนิ้วที่ละจาก..กำลังเคลื่อนคล้อยลงสู่เป้าหมายโดยเหยื่อไม่ทันได้รู้ชะตากรรม

ปลายนิ้วชุ่มฉ่ำกดชำแรกเข้าสู่ช่องทางเบื้องหลังด้วยความรวดเร็ว "อ๊าาาาาา เจ็บๆ ผมเจ็บเอาออกไป!!" เด็กหนุ่มพยายามกระถดกายหนี ทว่าเรียวแขนแข็งแรงกลับจับยึดสะโพกมนไว้มั่น แล้วส่งนิ้วที่สองตามเข้าไปติดๆ โดยไม่สนอาการดิ้นรนแต่อย่างใด "โอ๊ยยย ไหนบอกว่ามันไม่เจ็บไงเล่า?!!"

"ก็ผ่อนคลายหน่อยสิ"

ปลายนิ้วที่หายเข้าไปเริ่มขยับเมื่อรู้สึกว่าช่องทางนั้นคลายอาการเกร็งลงไปเล็กน้อย

"อะ!!" แล้วจู่ๆ เสียงครางหวิวก็ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ

"ตรงนี้เหรอ?" ไม่พูดเปล่า 'เรน'ขยับปลายนิ้วแตะสัมผัสจุดนั้นอีกครั้งจนได้ยินเสียงหวานๆดังออกมาอีกทุกการเคลื่อนไหวที่แตะกระตุ้น

แล้วเมื่อนิ้วเรียวสวยทั้งสองถอนออกไป กอล์ฟถึงกับพรูลมหายใจออกซบหน้าลงกับหมอนนุ่มด้วยความโล่งอก

"อ๊ากกกกกกก"

แต่แล้วเสียงกรีดร้องลั่นก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อสิ่งแปลกปลอมใหญ่โตสอดแทรกเข้ามาจนถึงครึ่งทางโดยไม่ได้บอกกล่าว "แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เอา..ออกไปนะ มันเข้ามา...ไม่ได้หรอก...ผม บอก คุณ แล้วไง ซี๊ดดด"

"เอาออกไปสิ นะ เชื่อ..อ๊ะ!!" คำวอนขอหายลับเข้าไปในลำคอเมื่อมีมือร้อนๆ แตะสัมผัสลูบไล้แก่นกายเด็กหนุ่มจนมันแข็งตัวขึ้นมาอีก

"เข้า ไปตั้ง..ขนาดนั้นแล้ว จะให้หยุด..ได้ยังไง" เสียงหอบหนักๆ ดังตอบกลับมาก่อนกัดเบาๆ ที่ปลายติ่งหูนุ่มและทิ้งรอยช้ำไว้ตามร่องกระดูกสันหลัง

ตอนนี้กอล์ฟแทบจะไม่สนอะไรอีกแล้ว...การแตะต้องแผ่วเบาไม่อาจสนองอารมณ์ของเขาได้อีกต่อไป ริมฝีปากอิ่มเผยอออกอย่างยั่วเย้า "อา...... แรง..กว่านี้อีก"

แทนที่คำขอจะได้รับการตอบสนอง.. สิ่งที่เรียกร้องสัมผัสกลับถูกละเลยไปเสีย... จนกอล์ฟทนไม่ได้หวังใช้มือของตัวเองอีก..และมันก็ซ้ำรอยเดิมเมื่อมือหนากดทับและสอดประสานนิ้วล็อกมือทั้งสองข้างให้จมลงบนเตียงนุ่มอย่างแน่นหนา

เด็กหนุ่มเตรียมหันไปโวยวายอย่างขัดใจแต่กลับกลายเป็นว่าครางเสียงหวานออกมาแทน ..เมื่อสิ่งที่เข้าไปได้ครึ่งทางขยับโดนจุดไวสัมผัสเข้า

"ถ้าอยากได้ ต้องทำยังไง?" ลมหายใจร้อนๆ กระซิบเบาอยู่ข้างหู การจับจุดอ่อนของใครสักคนไว้..เป็นเรื่องชวนหรรษาจริงๆ

สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ทนต่อไปไม่ไหว...ร่างกายเรียกร้อง หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ..ลมหายใจสะดุดขาดห้วง ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง..กอล์ฟรู้ว่าไม่นานเขาจะสูญเสียสติ--กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก็ได้ เขาขยับกายเข้าหาร่างแกร่งอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ และกว่าจะสุดทางก็ใช้เวลาพอควร..ความใหญ่โตคับแน่นทำให้อึดอัดและรู้สึกเหมือนช่องทางจะฉีกขาดแถมร่างที่อยู่เบื้องหลังยังกระแทกเข้าหาจนเกิดความสนิทแนบแบบไร้ช่องว่าง..

"อึ๊!!"

"ดี... แล้วต่อไปทำยังไง?"

กอล์ฟนึกอยากตะโกนด่าใจแทบขาด แต่ตอนนี้สมองไม่อาจประมวลผลให้หาคำด่าทอที่เจ็บแสบได้เมื่อมันเฝ้าวนเวียนแต่จะคิดแค่ว่า..ทำยังไงให้ไปสุดทางเสียที

เด็กหนุ่มเคลื่อนกายถอยห่างแล้วกดกลับเข้าไปหาใหม่ ค่อยๆ ทำ...จนความเจ็บกลายเป็นความชา การเคลื่อนไหวราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจนทำให้เคลื่อนกายได้เร็วขึ้น

"อือ อือ อึก"

"ช้าๆ หน่อย ดีมาก..." 'เรน' ไม่อยากให้ความสนุกดำเนินผ่านไปเร็วนัก แม้ตัวเองจะทรมานบ้าง...แต่มันก็เป็นความทรมานแสนหวาน สุดท้าย..ความสุขที่ได้รับจะมากล้นสมใจ

แล้วพอดูเหมือนเด็กหนุ่มเบื้องหน้าจะหมดแรงขยับเอาเสียดื้อๆ ตนเองก็เลยต้องเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวเสียเอง ทุกการกระแทกที่เนิบช้าแต่หนักแน่นนั้น..จะไปกระทบจุดไวสัมผัสเสมอเรียกเสียงครวญแผ่วหวานให้ได้ยิน ..ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักกำลังทวีความกระสันพาให้อารมณ์ปรารถนาเดือดพล่าน มือเรียวทั้งสองข้างบีบมือหนาที่เกาะกุมเอาไว้แน่น.. ท่อนกายร้อนที่ไร้การเหลียวแลถวิลหาแต่การปลดปล่อย..น้ำรักปริ่มไหลเหมือนเรียกร้องหาความเป็นธรรม ช่องทางเบื้องหลังที่กำลังเสียดสีกับร่างเบื้องหลังนั้นดูจะได้รับความสนใจมากกว่าสิ่งใด ไม่ยุติธรรมสักนิด!!

....พักใหญ่ๆ ที่การขยับกายของร่างสูงดำเนินแบบไม่หยุดหย่อนนั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อเด็กหนุ่มได้ยินเสียงทุ้มครางลึกในลำคอของ'เรน' จากนั้นของเหลวอุ่นๆ ไหลเรื่อยลงมาจากเบื้องหลังสู่เรียวขาที่ยังคงคุกเข่าอยู่และสั่นระริกแทบหมดแรง ...เด็กหนุ่มอยากทิ้งกายลงราบกับพื้นเตียงนานแล้ว แต่ไปติดตรงที่ว่าร่างเบื้องหลังไม่ยอมให้เขาทำ และเมื่ออีกฝ่ายถอนกายออกไปปล่อยให้เขาทิ้งกายลงนอนอย่างหมดแรง..กอล์ฟเหลือบมองไปที่หว่างขาของเขาก็เห็นน้ำสีขาวขุ่นไหลออกมาผสมกับสีแดงจางๆ ของเลือด นอกจากนั้นที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ... ชายหนุ่มไปถึงฝั่งแล้วแต่กลับปล่อยให้ร่างกายของเขายังคงทรมานอยู่อย่างนั้น...

เรือนกายสูงใหญ่จับพลิกให้ร่างบอบบางให้นอนหงายเปิดเผยทุกส่วนสัด... เมื่อนัยน์ตากลมโตที่เลื่อนลอยเงยมองสบชายหนุ่มก็ยิ้มให้บางๆ

"บอกฉัน อยากให้ทำอะไรกับ 'เจ้านี่' ดี" นักร้องคนดังถามด้วยน้ำเสียงแหบสุดเซ็กซี่พร้อมกำรอบแก่นกายที่ร้อนจนแทบระเบิดของเด็กหนุ่มพาให้ร่างโปร่งเพรียวสะดุ้งเล็กน้อย

"ทำ..อะไรก็ได้ ปลดปล่อย มัน"

'ปล่อย' กับ 'ปลดปล่อย' แตกต่างกันลิบลับ แม้ความหมายไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ แต่การกระทำขณะนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

"ได้โปรด..." กอล์ฟเกือบจะสะอื้นไห้อีกครั้งถ้าร่างด้านบนไม่ฉกวูบลงมาบดขยี้ริมฝีปากของเขาแล้วสอดลิ้นเข้ามาพัวพันซะก่อน จูบร้อนๆ ยิ่งเพิ่มดีกรีอุณหภูมิในร่างให้สูงขึ้นอีกครั้ง..มือเรียวบางรั้งท้ายทอยให้อีกคนแนบสนิทยิ่งขึ้น สัมผัสกันและกันให้มากขึ้น รุนแรงมากขึ้น

.....นั่น ยิ่งทำให้'เรน'รู้ว่าการบ่มเพาะอารมณ์ของของร่างเบื้องหน้าจนสุกงอมได้ที่ จะทำให้ฝ่ายนั้นร้อนแรงยิ่งขึ้น ปรารถนายิ่งขึ้น และเร้าอารมณ์ดิบของเขายิ่งขึ้น ร่างสูงถอนใบหน้าห่างออกมาก่อนส่งยิ้มน้อยๆไปให้ "ต่อไปนี้ เป็นบริการพิเศษละนะ"

ใบหน้าที่ถอยห่างออกมานั้นเคลื่อนลงต่ำและแตะปลายลิ้นเล็มเลียหยาดน้ำปริ่มที่ปลายยอดก่อนจูบเบาๆ ไปทั่วแก่นกายร้อนรุม ฝ่ายที่มองตามการกระทำนั้นถึงกับอ้าปากค้าง และไม่นานก็สะดุดลมหายใจเป็นห้วงเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนครอบครองลงไป..เรียวลิ้นดุนดันรูดรั้งขึ้นลงหนักๆ คมฟันที่เรียงกันเป็นระเบียบครูดแผ่วทำเอาเด็กหนุ่มแทบคลั่ง.. มือน้อยๆแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสีดำอมน้ำตาลยุ่งๆ และกดลงมาให้ครอบครองได้ลึกยิ่งขึ้น สะโพกมนแอ่นน้อยๆ ตอบรับอย่างไม่รู้ตัว

"ปล่อย.. ผมจะไปแล้ว" เสียงเบาหวิวเล็ดลอดออกมาเมื่อเด็กหนุ่มรู้ตัว แต่มาเสียใจหลังพูดจบไปแล้ว..เขาไม่น่าบอกเลย เพราะแทนที่นักร้องคนดังจะปล่อยให้เขาไปถึงฝั่งฝันกลับใช้นิ้วโป้งกดปิดทางออกซะ แล้วริมฝีปากที่ปรนเปรอให้เมื่อครู่เลื่อนขึ้นมาที่หน้าอกและเล็มติ่งเล็กสีชมพูเล่น ......เรียวเล็บจิกลบนแผ่นหลังกว้างเป็นการประท้วงก่อนกระชากใบหน้าหนุ่มตี๋ขึ้นมาจากหน้าอกตัวเองแล้วกัดแรงๆ ที่ปลายจมูกและสอดลิ้นเล็กเข้าไปในโพรงปากร่างสูงด้วยความกราดเกรี้ยว

"ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!!"

"ได้ครับ" และทันทีที่มือใหญ่ให้อิสระแล้ว เสียหวานโหนสูงก็ดังขึ้น...เพราะพริ้งสมกับที่ทำให้รอคอย ร่างนั้นหอบเหนื่อยรุนแรงและอ่อนระทวย ผิวขาวๆ แดงเรื่อไปทั้งตัว..นัยน์ตาโตฉ่ำหวาน ริมฝีปากอิ่มบวมยั่วเย้า เรือนกายสมส่วนงดงาม 'เรน'นอนตะแคงอยู่ข้างๆ จ้องมอง และไล้มือไปตามผิวเนียนอย่างเพลิดเพลิน

ระดับการหายใจที่แรงผิดปกติเริ่มผ่อนลงมาจนสม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ เรี่ยวแรงที่โดนสูบหายไปเริ่มกลับคืน กอล์ฟสะบัดมือซุกซนให้ออกไปพ้นกาย "ผมจะอาบน้ำ" ก็แค่การยันกายให้ลุกขึ้นยังยากลำบาก อย่าไปพูดถึงเดินให้พ้นเตียงเลย..เพราะทันทีที่ยืนได้ก็ทรุดกายลงไปนั่งแปะกับพื้นให้เจ็บระบมจนน้ำตาเล็ด..แถมข้อเท้าที่ยังแพลงอยู่ก็ยังไม่หาย

"อึ๊!! มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงนะ? ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้.."

จิตใจที่สับสนผนวกกับร่างกายที่เจ็บช้ำ.. ทำให้กอล์ฟยิ่งดูเปราะบาง...เขายกมือปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดแบบลวกๆจนใบหน้าแดงก่ำ และตัวต้นเหตุก็เฝ้ามอง...ด้วยความเอ็นดู!!ไม่ใช่สงสารแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากกอดอีกรอบ พอคิดได้ดังนั้นก็ตวัดร่างที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้นมา

"อ๊ะ?"

"จะพาไปอาบน้ำไง" ชายหนุ่มเฉลย...แต่ว่าไม่หมด

เขาตั้งใจลืมบอกไปว่า 'ต่ออีกรอบในห้องน้ำนะ'

เพราะงั้น...ทันทีที่ห้องน้ำหรูในโรงแรมชั้นนำของญี่ปุ่นปิดลงเบาๆ เสียงเอะอะโวยวายของเด็กหนุ่มจึงดังขึ้นสลับกับเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มของนักร้องคนดังแห่งเกาหลี

"อ๊า.... ไม่เอานะ อย่าเอามันเข้ามานะ อ๊าาาาา"

"แทนที่จะเสียแรงตะโกน เปลี่ยนเป็นครางเสียงหวานๆให้ฟังจะดีกว่านะ หึหึหึหึ"

........การเคลื่อนกายท่ามกลางสายน้ำอุ่นไม่ได้ลดทอนความเจ็บปวดให้ช่องทางคับแน่นเท่าไหร่...ความใหญ่โตของอีกฝ่ายทำให้คุ้นชินได้ยากลำบาก เพราะไม่ว่าจะทำกี่ทีก็ยังเจ็บไม่รู้คลาย กอล์ฟยังคงเจ็บระบม และมีเลือดออกมาเล็กน้อย.. แล้วพอมันเปลี่ยนความเจ็บปวดไปเป็นความชา..ความซ่านในอารมณ์หวามไหวก็ประเดประดัง..เสียงครวญหวานหูก็ดังเป็นระยะ ..เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องทุกครั้งที่เคลื่อนไหว

เรี่ยวแรงอันน้อยนิดแทบมลายเกลี้ยง กิจกรรมที่ทำแบบไม่บันยะบันยังแทบฆ่าเด็กหนุ่มทั้งเป็น นัยน์ตาโตดำขลับหรี่ปรือมองผู้ที่โอบประคองเขาเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงกับพื้น

"ผม...ไม่ไหวจริงๆนะ ไม่..ไหว"

"หึหึหึ ดึกแล้วนี่นะ"

'เรน'อุ้มคนที่ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดออกมาวางเบาๆบนเตียงกว้างก่อนใช้ผ้าขนหนูซับหยดน้ำตามร่างกายให้ พลางมองร่อยรอยต่างๆ ด้วยความพึงพอใจ มองไปมองมาก็หมั่นเขี้ยวเลยทำรอยที่หน้าอกผอมบางเพิ่มอีกรอย ส่วนกอล์ฟได้แต่หวาดหวั่นและส่งสายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจ..จนกระทั่งชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ เขาทำให้อีกฝ่ายวางใจเมื่อเขาไม่มีทีท่ารุกรานแต่อย่างใดโดยไปควานหาชุดนอนมาใส่

พอกลับมาที่เตียงอีกครั้งร่างสูงใหญ่พบว่า..นัยน์ตาโตคู่สวยกำลังหรี่ปรือแทบปิดแล้ว ...ความเหนื่อยอ่อนบวกความวางใจว่าจะไม่ถูกทำอีกคงทำให้ร่างกายสั่งให้หลับโดยอัติโนมัติ 'เรน'นอนลงเคียงข้างและโอบประคองร่างนั้นเข้าแนบอกอุ่น...ผิวกายเปลือยเปล่าเนียนมือเกือบทำให้สติเตลิดไปอีกรอบแต่ก็ยังยั้งตัวเองไว้ได้ มือหนาตวัดผ้าห่มนุ่มคลุมกาย

ก่อนหนังตาอันหนักอึ้งจะปิดสนิท... ก่อนสติอันตื้นตันจะดับวูบ... และก่อนสัมผัสทั้งหลายจะไร้การรับรู้... กอล์ฟแว่วเสียงทุ้มนุ่มขับขานบทเพลงกระซิบแผ่ว

"Let me be the one to hold you tight ~~

Be the one you want for every night

.....

..

I will always be right by your side ~~

.....

.. "

.................................

เป็นเวลาเกือบบ่ายกว่าเด็กหนุ่มผู้เหนื่อยอ่อนจะกะพริบเปิด ...ศีรษะของเขาปวดตุบและมึนจนไม่อยากตื่น ลำคอของเขาร้อนและเจ็บระบม.. ปวดกระบอกตาหนักเข้าจึงหลับลงอีกครั้ง

ความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ บอกให้รู้ว่าเม็ดยาขมๆถูกส่งเข้าไปในปากก่อนน้ำที่มาจากอะไรบางอย่างหยุ่นนุ่มล่วงสู่ลำคอ หนังตาเปิดขึ้นอีกครั้งเห็นใบหน้าตี๋ๆ อยู่ไม่ห่างนักยิ้มมาให้

"เป็นไง?"

"ปวดหัว... ปวดเอว... เจ็บข้อเท้า..." น้ำเสียงห่างเหินทำให้ 'เรน'อดยิ้มขำไม่ได้ นี่คงจะยังไม่หายโกรธเขาแน่ๆ

นั่นสินะ...เจอกันครั้งแรกก็เล่นซะหมดแรงแล้วนี่นา แล้วหมอนี่ก็คงไม่รู้ด้วย ว่าเขาตามข่าวของพี่น้องกอล์ฟไมค์มาโดยตลอดตั้งแต่รู้ว่ามีนักร้องไทยมาตีตลาดญี่ปุ่นในช่วงนี้ แล้วใครบางคนก็เข้ามาอยู่ในความนึกคิด กระทั่ง..คว้าเอามาไว้ในอ้อมกอดตัวเองได้ในที่สุด และยิ่งไม่อาจหันเหสายตาไปได้อีกเมื่อคนๆนั้นน่ารักน่าฟัดได้ขนาดนี้ จะว่าถูกตาต้องใจก็คงไม่ผิด..และดูท่าจะถึงขั้นตราตรึงเลยด้วยซ้ำ

"งั้น..เดี๋ยวจะนวดข้อเท้าให้"

"ไม่ต้องก็ได้"

"ไม่เป็นไร...ฉันเต็มใจทำน่ะ"

สัมผัสอ่อนโยนบวกความเอาใจใส่กับบริเวณข้อเท้าที่บวมน้อยๆ แดงหน่อยๆ ทำให้กอล์ฟใจอ่อนลงไปโข 'เรน' นวดด้วยน้ำหนักมือกำลังดี..ไม่แรงและไม่เบาจนเกินไป ค่อยๆนวดเฟ้นกระทั่งอาการระบมค่อยดีขึ้นเล็กน้อย "นวดอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องหายามาทาด้วย แต่ทางที่ดีควรหาหมอดีกว่านะ"

"........................."

"........................."

"..'เรน'.."

"หือ?"

"ขอบคุณ" แค่คำพูดสั้นๆ แต่ชายหนุ่มรู้สึกได้ ...ความรู้สึกดีๆ ของเด็กหนุ่มที่มีต่อเขา ก่อร่างขึ้นแล้ว 'เรน' ยิ้มตอบคำขอบคุณนั้นด้วยใจ

"ฉันส่งเสื้อผ้าของนายลงไปซัก ไม่นานเขาคงรีดส่งขึ้นมาให้ ระหว่างนี้ก็.."

"เฮ้ๆ ไหนบอกจะนวดข้อเท้าให้ผมอย่างเดียวไง แล้วมือนั่นมันอะไร?" กอล์ฟหมายถึงมือที่นวดข้อเท้าของเขาอยู่ดีๆ แล้วกลายเป็นไม้เลื้อย..ลูบไล้ขึ้นมาจนใกล้จะถึงโคนขาขาวอยู่แล้ว

"อืม.... เท่าที่จำได้ ฉันไม่ได้บอกนะว่าจะนวดให้อย่างเดียวน่ะ เอาน่า..ฆ่าเวลารอเสื้อผ้าไง"

...

"อือ..อื้อ" จุมพิตหวานๆ...กับมือร้อนๆที่ไต่ยุ่บยั่บใต้ผ้าห่มหนาหยุดปากช่างจำนรรจาได้ดีซะยิ่งกว่าอะไร

พอใจเริ่มเอนเอียงไปทางที่ดีขึ้น.. อะไรอะไรมันก็เลยดีขึ้นไปด้วย กอล์ฟบิดร่างเร่าด้วยสเน่ห์หา...อ้อมแขนบางโอบรอบไหล่กว้าง ก่อนร่างหนาหนักจะทาบทับลงมาให้อึดอัดเล่น เสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งหลายของชายหนุ่มหลุดกระเด็นออกไปในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ช้าเนื้อก็ห่มเนื้อ..ไอร้อนจากกายเบื้องล่างทำให้ 'เรน'ตระหนักดีว่าเด็กหนุ่มยังมีไข้

แต่ว่า..ขออีกซักรอบเหอะนะ ก็ทำหน้าตาน่ากอดขนาดนั้นทำไมล่ะ.. ยังไงซะครั้งนี้เขาก็ทำแบบนุ่มนวลที่สุดก็แล้วกันน่า

...........

......

..

แต่ทว่า... ยิ่งนุ่มนวลก็ยิ่งยาวนาน กอล์ฟก็เลยสลบไสลหลับลึกไปอีกรอบก่อนที่เสื้อผ้าที่ส่งไปซักยังไม่ส่งขึ้นมาถึงห้องด้วยซ้ำ แถมดูเหมือนจะเจ็บคอหนักขึ้นกว่าเดิมเพราะทั้งเสียงกรีดร้อง..เสียงครางมันดังระงมจนไม่รู้ร้องออกไปตั้งกี่ครั้งกี่รอบ หัวก็ปวดตุบหนักขึ้นกว่าเดิม..แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากอีกแล้วเพราะหลับใหลหลังปลดปล่อยแล้วเป็นรอบที่สอง--อยู่ในอ้อมกอดที่รัดแน่น ทว่า..อบอุ่น

..

......

..........

......หนังตาบางกระตุกน้อยๆ ก่อนลืมขึ้นช้าๆ นัยน์ตากลมโตกวาดมองไปรอบกายจึงพบว่า..บัดนี้ตนอยู่ในเครื่องบิน..และข้างกายมีคนคุ้นเคยที่ส่งรอยยิ้มมาให้

"เป็นยังไงบ้าง? พี่กอล์ฟมีไข้นะ เดี๋ยวกินอะไรรองท้องหน่อยจะได้กินยา.." น้องผู้แสนดีจัดแจงหาของกินที่ไม่หนักท้องมากนักกับยาลดไข้ได้จากบริการของสายการบิน

...เมื่อยาเม็ดไม่เล็กนักและน้ำหนึ่งแก้วล่วงสู่ลำคอ เสียงแหบๆ ก็ถามขึ้นหลังจากพิจารณารอบๆโดยถี่ถ้วนแล้ว

"ทำไมมันโล่งงี้ล่ะ แล้วพี่มานี่ได้ไง..จำไม่เห็นได้"

"อ๋อ..ไอ้ที่ชั้นนี้มันโล่งก็เพราะมีคนเหมาชั้นเฟิร์สคลาสให้เราน่ะสิ แล้วก็หมอนั่นแหละที่พาพี่มาส่ง..ส่งถึงบนนี้เลยล่ะ เพราะพี่หลับตลอด..เพิ่งตื่นก็ตะกี้นี้แหละ" สายตารู้ทันจากน้องชายเล่นเอาเลือดขึ้นไปรวมกันอยู่ที่หน้าขาวๆของคนเป็นพี่ ..หน้าซีดๆก็เลยแดงเรื่อเหมือนไข้จะขึ้น

"แล้ว..หมอนั่นบอกอะไรนายอีกบ้าง?"

"ก็......บอกแค่ว่า พี่เหนื่อย เจ็บข้อเท้า แล้วก็มีไข้..ให้นอนพักมากๆแล้วก็อย่าลืมพาพี่ไปหาหมอด้วย อืม....แล้วก็ฝากจดหมายนี่ให้พี่ด้วย" จดหมายที่ว่าเป็นเพียงกระดาษขนาด A4 พับเป็นชิ้นเล็กๆ กอล์ฟรับมันมาคลี่อ่าน ลายมือภาษาอังกฤษบนเนื้อกระดาษไม่ยาวมากนัก..แต่เด็กหนุ่มใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่นาน

'Dear the one who hold me tight,

Sorry that I couldnt talk with you before you go back. I hope you will get well in soon and thinking of 'something' last night. See you in Thailand.

P.S. Dont forget to ask for the gift from your brother.

From.. the one who hold you tight.'

คนอ่านแทบจะได้ยินเสียงทุ้มนุ่มกระซิบประโยคเหล่านั้นอยู่ข้างหู ...หลังพับจดหมายไว้ตามเดิมและวางลงอย่างไม่ใส่ใจก็ถามคำถามลอยๆ ออกมา

"ของขวัญอะไร"

ไมค์ได้ยินพี่ชายเปรยเบาๆ เหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า แต่เขาก็รู้ว่าพี่ชายถามถึง'ของขวัญ'ที่ชายหนุ่มร่างสูงฝากไว้ก่อนจาก

"หือ? อ๋อ...ไมค์ก็ลืมไปเลย รอเดี๋ยวนะ"

กอล์ฟเห็นน้องชายของเขาคุ้ยๆเป้ใบเท่ห์ที่ซื้อที่ญี่ปุ่น..ไม่นานก็ได้มือถือออกมา นิ้วมือเรียวกดไล่คำสั่งที่หน้าจอเรื่อยๆ จนได้เมนูที่ต้องการ...คลิปวีดีโอบนหน้าจอกำลังเคลื่อนไหวให้คนป่วยดู

ใบหน้าคุ้นเคยของคนที่เป็นต้นเหตุทุกอย่างยิ้มอยู่กลางหน้าจอ ก่อนจะเคลื่อนตัวลงต่ำจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากมนของร่างที่หลับใหลอยู่บนเก้าอี้ของเครื่องบิน... จูบอ่อนละมุนเลื่อนลงมายังเปลือกตาทั้งสองข้าง...แล้วจบลงที่ริมฝีปากแดงอิ่ม จากนั้นมือหนาก็ยกมือข้างซ้ายของร่างนอนนิ่งขึ้นจุมพิตหนักๆ...แหวนเงินที่นิ้วกลางส่องประกาย รอยยิ้มสุดท้ายจากนักร้องคนดังหันมาทางกล้องอีกครั้งก่อนคลิปจะจบลงเพียงเท่านั้น...

กอล์ฟยกมือซ้ายตัวเองขึ้นมาดู..ก็พบว่าที่นิ้วกลางข้างซ้ายมีแหวนเงินอยู่..ผิวของแหวนสลักตัวอักษร R ไว้เหมือนบอกความเป็นเจ้าของ..ชื่อเจ้าของแหวน หรือชื่อเจ้าของของคนใส่แหวน?

"ทำไมถึงบอกว่าเจอกันที่เมืองไทย?"

"ถ้าไมค์เดาไม่ผิด หมอนั่นหมายถึง..ทัวร์ที่ญี่ปุ่นเสร็จก็คงต่อที่เมืองไทย ได้ข่าวมาว่างั้นนะ"

รอยยิ้มบางจุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม..หนังตาบางค่อยหลับลงช้าๆ ก่อนล่วงเข้าสู่นิทราอีกครั้ง..เหมือนแว่วเสียงทุ้มหวาน

Let me be the one to hold you tight ~~

Be the one you want for every night

~~EnD~~

Off side

สองพี่น้อง นักร้องคนดังของไทยและดังไกลไปถึงญี่ปุ่นและประเทศอื่นในละแวกนั้นกำลังช่วยกัน...ดูคนขนสัมภาระของพวกเขาเข้าไปในรถตู้ที่จอดอยู่หน้าประตูทางออกเทอร์มินอล

ลังกระดาษใบใหญ่ทำให้ผู้เป็นพี่ชายประหลาดใจ เพราะเขาแน่ใจว่าพวกเขาไม่น่ามีของอะไรที่ต้องขนใส่กล่องขนาดนั้น ยกเว้นของขวัญจากแฟนเพลงซึ่งเขาเห็นว่ามันอยู่อีกกล่องหนึ่ง

"กล่องอะไรน่ะไมค์?"

"หึหึ ซีดีเพลงน่ะ ครบทุกแนว ทุกคน ทุกวง ทุกค่ายเลย แล้วก็หนังสือการ์ตูนอีกล็อตใหญ่ แล้วก็ตุ๊กตาตัวใหญ่ขนาดหมีเรียกพี่"

"ซื้อมาทำไมมากมายขนาดนั้น เปลืองเงิน" พี่ชายบ่นๆ ก่อนขึ้นไปนั่งบนรถตู้ที่เปิดประตูรอเลยไม่ทันเห็นน้องชายหัวเราะอยู่เบื้องนอก

"ตื๊ดดดดด ผิด ผิด..ไม่ได้ซื้อซักหน่อย มีคนหามาเป็นค่าปิดปากต่างหาก อืม..ขายพี่ชายตัวเองนี่นิสัยไม่ดีจริงๆนะเรา คึคึคึคึ"